ซึ่งเจ้าหน้าที่ก็ได้นำไม้ง่ามที่ใช้สำหรับชาร์ตคนคลุ้มคลั่ง เข้าไปตรวจสอบภายในบ้านทั้งบริเวณชั้น 1 ชั้นสอง และห้องต่าง ๆ แต่ก็ไม่พบนายวิกร คาดว่าน่าจะหลบหนีออกไปทางหลังบ้านท่ามกลางความมืดแล้ว มีเพียงข้าวของที่กระจัดกระจายเกลื่อนบ้าน และขวดเหล้าที่ถูกดื่มไปแล้ว เจ้าหน้าที่จึงต้องเดินทางกลับเพราะไม่พบตัวลูกชายที่คลุ้มคลั่งอาละวาด แต่หากอาละวาดทำร้ายคนในบ้านอีกก็สามารถแจ้งเจ้าหน้าที่เข้าดำเนินการได้ทันที
นายสมชัย ผู้เป็นพ่อ บอกว่า ลูกชายมีอาการคลุ้มคลั่งทำลายข้าวของและขู่ทำร้ายคนในบ้านหลายครั้งแล้ว ที่ผ่านมาก็เคยแจ้งตำรวจให้มาช่วยนำตัวไปบำบัดรักษา แต่พอออกมาอยู่ที่บ้านก็คลุ้มคลั่งอีก น่าจะเป็นเพราะฤทธิ์ของยาเสพติด ซึ่งลูกชายจะมาบังคับขอเงินเป็นประจำหากไม่มีเงินให้ก็จะอาละวาดทำลายข้าวของ ล่าสุดถึงขั้นใช้ท่อนไม้ไล่ตีพ่อ ต้องวิ่งหนีไปขอความช่วยเหลือจากเพื่อนบ้าน จึงแจ้งตำรวจให้มาจับตัว และอยากจะให้ช่วยส่งไปบำบัดรักษาให้หายขาด เพราะหากปล่อยไว้คนในบ้านก็อาจจะเป็นอันตราย เพราะเวลาที่ลูกคลุ้มคลั่งอาละวาดไม่มีใครกล้านอนบ้าน ต้องพาหลานไปหลบนอนตามปั๊มน้ำมัน หรือกระท่อมในทุ่งนา เพราะกลัวจะไม่ปลอดภัย