หลังจากอัยการและตำรวจออกมาชี้แจงเหตุผลที่ยังไม่ดำเนินคดี และฟ้องร้อง นายสกุลธร จึงรุ่งเรืองกิจ น้องชายนายธนาธร กรณีจ่ายเงิน 20 ล้านบาทให้อดีตเจ้าหน้าที่สำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ (ชื่อเดิม) เพื่อแลกกับสิทธิการเช่าที่ดินทำเลทองย่านชิดลม โดยไม่ต้องผานการประมูลตามกระบวนการปกติ ซึ่งศาลอาญาคดีทุจริตฯ ชี้ว่าพฤติการณ์ของอดีตเจ้าหน้าที่สำนักงานทรัพย์สินฯ และพวกอีก 1 คน เข้าข่ายเป็น "ตัวกลางเรียกรับสินบน โดยอัยการและตำรวจให้เหตุผลว่า ได้แยกการดำเนินคดีออกเป็น 2 ส่วน ระหว่าง "ผู้รับสินบน" กับ "ผู้ให้สินบน" นั้น
ล่าสุดมีเสียงวิจารณ์จากผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายหลายคน อย่าง นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวกับ "เนชั่นทีวี" ว่า ได้ฟังอัยการแถลงแล้ว ถือว่าเอาตัวรอดได้ในระดับหนึ่ง โดยอัยการอ้างความเป็นอิสระ ไม่มีการแทรกแซงหน่วยงานอื่นในกระบวนการยุติธรรม และหน่วยงานของตนก็ไม่ถูกแทรกแซง แต่ก็ทำให้เกิดคำถามว่า เมื่อไม่แทรกแซงพนักงานสอบสวน หรือไม่สั่งการให้สอบเพิ่ม แล้วผู้กระทำความผิดหลุดรอดไป ถ้าเป็นแบบนี้จะตอบว่าอย่างไร แม้จะยังไม่ถึงกับละเว้นการปฏิบัติหน้าที่อย่างชัดเจนก็ตาม
นายนิพิฏฐ์ ยกตัวอย่างว่า เหมือนโจรกำลังจะปล้นปั๊มน้ำมัน แล้วโทรบอกตำรวจว่าอย่าผ่านมาแถวที่จะปล้นนะ จากนั้นตำรวจก็ไม่ผ่านมา เมื่อตำรวจไม่ประสบเหตุ ก็ไม่ทำคดีปล้นปั๊มน้ำมัน คำอ้างแบบนี้ฟังขึ้นหรือไม่ สำหรับตนมองว่าเป็นเทคนิคของพนักงานสอบสวน
ส่วนที่ตำรวจอ้างว่า รอฟังคำพิพากษาศาลก่อน เมื่อศาลพิพากษาลงโทษว่าเป็น "ตัวกลางรับสินบน" ก็จะดำเนินคดีคนจ่ายสินบนต่อไปนั้น นายนิพิฏฐ์ ย้อนถามว่า คดีนี้ตัดสินมาตั้งแต่ปลายปี 2562 ขณะนี้ผ่านมา 1 ปีแล้ว ระยะเวลา 1 ปีนานเกินไปหรือไม่ เพราะสำหรับตนมองว่าแค่ 3 เดือน ก็นานเกินไปแล้ว เนื่องจากหลักฐานมีครบ จ่ายไปแล้ว 20 ล้านบาท สัญญาว่าจะให้ทั้งหมด 500 ล้าน บาท ขั้นตอนหลักๆ ก็เหลือแค่เรียกนายสกุลธร มาชี้แจงก็จบแล้ว