เนชั่นทีวี

ข่าว

เวทีดีเบตนายก อบจ.โคราชเข้มข้น นศ.แห่ฟังกว่า 2,500 คน

09 ธ.ค. 2563 | jitima_chum

เวทีดีเบตนายก อบจ.โคราชเข้มข้น นศ.แห่ฟังกว่า 2,500 คน

ม.ราชภัฏนครราชสีมาจัดเดีเบต นายก อบจ.โคราช ผู้สมัครทั้ง 5 คนขึ้นเวที นักศึกษาแห่ฟังกว่า 2,500 คน โค้งสุดท้าย เจ๊หน่อย-หมอแหยง คะแนนนิยมเบียดกันสูสี ส่วน ดร.สาธิต คณะก้าวหน้าตามมาเป็นอันดับ 3

9 ธันวาคม 2563 เวลา 13.00 น. ที่หอประชุมใหม่ มหาวิทยาลัยราชภัฎนครราชสีมา อ.เมือง จ.นครราชสีมา มหาวิทยาลัยราชภัฎนครราชสีมาร่วมกับสภานิสิตนักศึกษาฯ คณบดี คณาจารย์ นิสิต นักศึกษา ได้จัดกิจกรรมเวทีแสดงวิสัยทัศน์ผู้สมัครนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดนครราชสีมา โครงการส่งเสริมจิตสำนึกในการเป็นพลเมืองดีตามวิถีประชาธิปไตยให้กับประชาชนในจังหวัดนครราชสีมา โดยมี รศ.ดร.อดิศร เนาวนนท์ อธิการบดีฯ และ รศ.ดร.ทวี วัชรเกียรติศักดิ์ รองอธิการบดีฝ่ายยุทธศาสตร์และการวิจัยฯ ร่วมเป็นประธานเปิด โดยมีนิสิตนักศึกษากว่า 2,500 คนร่วมฟังวิสัยทัศน์ของผู้สมัคร นายก อบจ.นครราชสีมา ทั้ง 5 คน ประกอบด้วย เบอร์ 1 ดร.สาธิต ปิติวรา , เบอร์ 2 ดร.บลดา หวังศุภกิจโกศล , เบอร์ 3 นายแพทย์สำเริง แหยงกระโทก , เบอร์ 4 นายวิฑูรย์ ชาติปฏิมาพงษ์ และเบอร์ 5 นายตรีเพชร พรหมนิติพันธุ์ 





เวทีดีเบตนายก อบจ.โคราชเข้มข้น นศ.แห่ฟังกว่า 2,500 คน

เวทีดีเบตนายก อบจ.โคราชเข้มข้น นศ.แห่ฟังกว่า 2,500 คน

โดยในจำนวนนี้มีว่าที่นายก อบจ.นครราชสีมา ตัวเต็งที่กระแสเสียงตอบรับและพี่น้องประชาชนชาวบ้านรู้จักกันดี อาทิ เบอร์ 2 ดร.ยลดา หวังศุภกิจโกศล กับเบอร์ 3 นายแพทย์สำเริง แหยงกระโทก ซึ่งช่วงใกล้โค้งสุดท้ายคะแนนเสียงการแข่งขันมีความสูสีใกล้เคียงกันมาก วัดเปอร์เซ็นต์ห่างกันประมาณ 5% ส่วนที่มีเสียงคะแนนนิยมตามมาห่างอยู่ประมาณ 10% ก็คือ เบอร์ 1 ดร.สาธิต ปิติวรา คณะก้าวหน้า 




เวทีดีเบตนายก อบจ.โคราชเข้มข้น นศ.แห่ฟังกว่า 2,500 คน










รศ.ดร.อดิศร เนาวนนท์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา กล่าวว่า นักศึกษา ม.ราชภัฎฯประมาณเกือบ 20,000 คน จำนวน 80% อยู่ใน จ.นครราชสีมาทั้งหมดมีสิทธิมีเสียงทุกคน โดยเพาะขณะนี้เด็กมีความรู้มีความเคลื่อนไหวทางการเมืองในระดับชาติ ประกอบกับ ม.ราชภัฎฯ ดีไซค์ออกมาเพื่อให้เป็นมหาวิทยาลัยเพื่อการพัฒนาท้องถิ่น ฉะนั้นการจัดเวทีดีเบตครั้งนี้ ก็เพื่อรณรงค์ให้นักศึกษาได้รู้จักบทบาทหน้าที่ของ อบจ. เพื่อรณรงค์ให้เขาออกไปใช้สิทธิเลือกตั้ง ซึ่งเป็นพลังที่เรียกได้ว่ายังบริสุทธิ์ และเพื่อต้องการให้ผู้สมัครนายก อบจ. หรือว่าที่ นายก อบจ.คนใดคนหนึ่งมาให้คำมั่นสัญญากับตัวนักศึกษา ซึ่งเป็นประชาชนคนรุ่นใหม่ของชาว จ.นครราชสีมา ว่า สิ่งที่เขาให้คำมั่นสัญญานั้นในอนาคตข้างหน้าอีก 4 ปี ถ้าเขาได้รับการเลือกตั้งเข้ามาทำงาน เราจะตั้งทีมมดงานและเป็นตาสัปปะรสในการสอดส่องดูการใช้งบประมาณการบริหารจัดการของทาง อบจ.นครราชสีมา 





เวทีดีเบตนายก อบจ.โคราชเข้มข้น นศ.แห่ฟังกว่า 2,500 คน








โดยเฉพาะคนที่จะมาเป็นนายก อบจ.ที่ดีก็คือ 1.ควรจะต้องเป็นคนที่รู้บทบาทหน้าที่ของ อบจ. ที่แท้จริง, 2.สำคัญมากคือต้องเป็นบุคคลที่มีความคิดใหม่ ความคิดก้าวหน้า แต่ยังคงไว้ซึ่งคุณธรรม จริยธรรม มีความเสียสละต่อส่วนรวมให้มากที่สุด และสิ่งที่เราไม่อยากให้เกิดขึ้นกับบุคลิก หรือคุณลักษณะของนายก อบจ.คือการเป็นการสร้างฐานทางการเมืองหรือ เป็นแหล่งผลประโยชน์ต่างตอบแทนทางการเมืองให้กับการเมืองในระดับชาติ ถ้าจะตอบแทนการเมืองในระดับชาตินั้นขอให้เกิดจากการทำผลงาน แต่ไม่ใช่เพราะเป็นกลุ่ม เป็นก๊วน เป็นการแบ่งโควตากันตามสัดส่วนของทางการเมืองที่มาช่วยสนับสนุน ซึ่งเราไม่คาดหวัง 





ส่วนผู้สมัครทั้ง 5 เบอร์แสดงวิสัยทัศน์จะเกิดผลดี นโยบายจะเป็นประโยชน์ต่อเยาวชนนักศึกษาคนรุ่นใหม่อย่างไรนั้น 1.เขาได้เรียนรู้เรื่องประชาธิปไตยในระดับท้องถิ่น , 2.เขาได้รับคำมั่นสัญญาจากผู้สมัคร , 3.เขาจะได้กำกับติดตามและให้ข้อเสนอแนะหลังจากเขาได้รับเลือกตั้ง และ 4.ทำให้เขามีความตื่นตัวในทางการเมือง นักศึกษาเยาวชนกลุ่มนี้เป็นพลังบริสุทธิ์ ส่วนการซื้อสิทธิขายเสียงตนตอบแทนไม่ได้ว่ารับ หรือไม่รับ แต่เชื่อได้ว่าพื้นฐานทางความคิดของกลุ่มเยาวชนนักศึกษายังบริสุทธิ์อยู่ และขอให้ไปใช้สิทธิเลือกตั้งวันที่ 20 ธ.ค.นี้ เพราะว่างบประมาณ อบจ.นครราชสีมาค่อนข้างจะสูงถึงปีละ 4,000 ล้านบาท เราจะช่วยกันติดตามการใช้งบประมาณของนายก อบจ.อย่างใกล้ชิด






เวทีดีเบตนายก อบจ.โคราชเข้มข้น นศ.แห่ฟังกว่า 2,500 คน








ทางด้าน ดร.ยลดา หวังศุภกิจโกศล ผู้สมัครเบอร์ 2 กล่าวว่า จากการได้ลงพื้นที่พบปะประชาชนทั้ง 32 อำเภอ ได้พบเห็นปัญหาหลายอย่าง โดยเฉพาะปัญหาเรื่องปากท้อง การประกอบอาชีพ ซึ่งตนเองก็ได้เก็บรวบรวมเป็นข้อมูลเพื่อที่จะนำมากำหนดนโยบายต่าง ๆ เพิ่มเติมในอนาคต เพราะตนไม่อยากยัดเยียดนโยบายที่คิดเองให้ประชาชน แต่จะนำปัญหาที่ประชาชนมีอยู่มาแก้ไขให้ อย่างเช่นนโยบายการสร้างอาชีพ แต่ละพื้นที่ แต่ละกลุ่มอายุ ก็ไม่เหมือนกัน จึงต้องรับฟังจากประชาชนเป็นหลัก ส่วนกรณีที่ตนเองได้รับการสนับสนุนจากพรรคการเมืองทุกพรรค ทั้งพรรคร่วมรัฐบาลและพรรคฝ่ายค้าน รวมทั้งมี ส.อบจ.เก่าสนับสนุนอย่างท่วมท้นนั้น ก็เป็นที่น่ายินดี เพราะตนเองสมัครในนามกลุ่มอิสระ พร้อมที่จะทำงานร่วมกับกลุ่มการเมืองทุกกลุ่ม อยากให้ทุกคนมาร่วมมือกันพัฒนาโคราชไปในทิศทางเดียวกัน เพราะโคราชไม่ใช่ของใครคนใดคนหนึ่ง ทุกคนสามารถเข้ามามีส่วนร่วมในการพัฒนาด้วยกันได้

ส่วนนายแพทย์สำเริง แหยงกระโทก ผู้สมัครเบอร์ 3 กล่าวว่า ทุกครั้งที่ตนเองลงพบปะประชาชนในพื้นที่ ก็จะย้ำเสมอว่า การเลือกตั้งครั้งนี้ให้ดูที่คนมีวิสัยทัศน์ มีความรู้ ความเข้าใจ และความตั้งใจจริงในการเข้ามาทำงานให้กับพี่น้องประชาชน พร้อมกับนำคำกล่าวของหลวงพ่อคูณ ปริสุทโธ พระเกจิอาจารย์ชื่อดังเมืองโคราชว่า การรับเงินมาแล้วไปกาให้เขา ถือว่าบาปหนัก เพราะเขาลงทุนแล้วก็จะเข้าไปถอนทุนคืน แทนที่จะได้คนเข้าไปทำงานพัฒนาจังหวัดจริง ๆ เพราะเงินเดือนของนายก อบจ.แค่ 50,000 บาท ถ้าคิดเป็นปีละ 600,000 บาท 4 ปีก็ 2,400,000 บาทเท่านั้น ซึ่งตอนนี้ชาวบ้านส่วนใหญ่ก็เริ่มเข้าใจแล้ว 







ดังนั้นแม้ว่าจะมีนักการเมืองทุ่มเงินซื้อเสียงมากมาย ขณะที่ตนเองไม่ได้ใช้เงินซื้อเสียง ก็คาดว่าจะสู้ได้แน่นอน ส่วนกรณีที่กลุ่มของตนเองไม่มีการส่งผู้สมัคร ส.อบจ.ลงเลย แต่อีกฝ่ายมี ส.อบจ.เก่าสนับสนุนมากมายนั้น ตนเองก็ไม่รู้สึกหนักใจอะไร เพราะทุกวันนี้ประชาชนรู้แล้วว่า อบจ.ต้องมีความสมดุลกัน ระหว่างนายก อบจ.ที่เป็นฝ่ายบริหาร และ ส.อบจ.ที่เป็นฝ่ายตรวจสอบในสภา ถ้าได้นายก อบจ. เป็นกลุ่มเดียวกันกับ ส.อบจ.ก็มีโอกาสที่จะเข้าไปฮั้วกันในสภา กลายเป็นสภาฮั้ว ร่วมกันกิน ร่วมกันโกงได้ และถ้าจะให้ดีจะต้องมีการจัดตั้งสภาประชาชน ที่มาจากประชาชนในทุกอำเภอ เพื่อมาร่วมตรวจสอบการทำงานของ อบจ.ด้วย ดังนั้นตนเองจึงพยายามผลักดันให้มีการจัดตั้งสภาประชาชนขึ้นมา หากได้รับเลือกตั้งเข้ามาแล้วก็จะทำให้ อบจ.ทำงานพัฒนาจังหวัดได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุดแน่นอน.







ข่าวล่าสุด