เป็นรายงานข่าว สถานการณ์โควิด-19 ล่าสุด จาก "คุณหมอประสิทธิ์" คณบดีคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดลที่ได้เปิดเผยว่า เชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ โควิด-19 ในเมียนมา แพร่พันธุ์เร็วและเป็นคนละสายพันธุ์กับที่แพร่ระบาดรอบแรกในอู่ฮั่น ที่น่าสนใจ พบว่ามีการเพิ่มจำนวนเชื้อรวดเร็วกว่าสายพันธุ์เดิม
ศาสตราจารย์ดร.นายแพทย์ประสิทธิ์ วัฒนาภา คณบดีคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดลเปิดเผยถึงสถานการณ์การระบาดของไวรัสโคโรนา 2019 หรือ COVID-19 หลังจากมีกลุ่มคนไทยแอบไปทำงานใน "ท่าขี้เหล็ก" เมียนมา ลักลอบเดินทางข้ามแดนเข้าไทยทางช่องทางธรรมชาติว่า มีข้อมูลเชิงลึกคือ ประมาณ 60% ของการติดเชื้อโควิด-19 ในเมียนมา รอบนี้เป็นสายพันธุ์ G614 (สายพันธุ์นี้ มีสัดส่วนมากที่สุดของการระบาดในรอบนี้)ซึ่งเป็นคนละสายพันธุ์ ที่ตอนเกิดใหม่ๆ ที่อู่ฮั่น (D614)
เปิดข้อมูลที่ศ.ดร.นายแพทย์ประสิทธิ์ วัฒนาภา คณบดีคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล
อัตราการเพิ่มจำนวน1เท่าตัวที่เรียกว่า ดับบลิ่งไทม์ ของG614 ซึ่งเป็นสายพันธุ์ใหม่นี้ใช้เวลาน้อยกว่าD614สายพันธุ์เดิมประมาณ 20% แถมยังเพิ่มจำนวนตัวเร็วกว่าสายพันธุ์เดิมอีก
นั่นหมายความว่า สิ่งที่ต้องตามมา คือหากจะควบคุมการดำเนินการควบคุม ก็ต้องเร็วเพราะเรากำลังเจอเชื้อที่กระจายเร็ว เพราะฉะนั้นการควบคุม ต่างๆ ก็ต้องดำเนินการอย่างรวดเร็ว และหากจะถอดบทเรียนจากประเทศเพื่อนบ้านอย่าง "เมียนมา" ถึงการแพร่ระบาดอย่างรวดเร็วเช่นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นที่รัฐยะไข่ก็เนื่องมาจากการที่ไม่สามารถสืบสวนตามหาผู้ที่เสี่ยงติดเชื้อ และแพร่เชื้อซึ่งการปกปิดข้อมูลถือเป็นเรื่องที่อันตรายมาก
ศ.ดร.นายแพทย์ประสิทธิ์ยังให้ข้อมูลความจริงที่ควรรู้เกี่ยวกับภูมิคุ้มกันต่อเชื้อโควิด19 อีกว่า
-ร้อยละ 95 ของคนที่ติดเชื้อโควิค-19 มีภูมิคุ้มกันเกิดขึ้น และสูงพอที่จะยับยั้งเชื้อได้เ8วันหลังการติดเชื้อ ขึ้นอยุ่กับความรุนแรงของโรค
-ระดับภูมคุ้มกันที่เกิดขึ้นจะขึ้นเร็วใน 3 สัปดาห์แรกหลังการติดเชื้อ จากนั้นจะค่อยๆ ลดลง โดยภูมิคุ้มกันนี้จะอยู่ได้นาน 40 วัน ไปจนถึง 7 เดือน
-การที่ภูมิคุ้มกันอยู่ได้ไม่นานการติดเชื้อซ้ำจึงมีโอกาสเกิดขึ้นได้ ซึ่งก็หมายความว่าเป็นแล้ว ก็เป็นได้อีก
สำหรับสายพันธุ์ G614เป็นสายพันธุ์ ที่มีการแพร่ระบาดหนักมากในตะวันตกและแพร่มากที่สุดในเวลานี้สายพันธุ์ G614 สามารถแพร่กระจายได้รวดเร็วกว่า หากจำการควบคุมก็ต้องทำได้เร็วเช่นกัน
โดยปัจจัยที่ทำให้การแพร่ระบาดออกไปมากคือการไม่สามารถตามหาผู้เสี่ยงติดเชื้อและเสี่ยงแพร่เชื้อ นอกจากนี้ การปกปิดไม่ให้ความจริงทำให้ครอบครัว เพื่อนฝูง และสังคม เสี่ยงและอาจถึงแก่ชีวิตได้เช่นกัน