นายสุวิทย์ สมบัติวงษ์ อายุ 63 ปี อาชีพรับจ้างทั่วไป อาศัยหมู่ที่ 10 ต.รังนก อ.สามง่าม จ.พิจิตร นำจดหมายแจ้งเตือนของกองบังคับคดีล้มละลาย 3 หลังถูกดำเนินคดีฟ้องล้มละลายและถูกคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ดำเนินการอายัดทรัพย์ ในฐานะที่เป็นกรรมการบริหารบริษัทแห่งหนึ่ง ในกรุงเทพฯ เมื่อปี 2556 ซึ่งนายสุวิทย์ เชื่อว่าเป็นการนำบัตรประชาชนของตนเองไปสวมสิทธิ์ในการเปิดบริษัทในครั้งนี้
สำหรับดังกล่าว คือ บริษัทเอ็น.ซี.วี.เทรดดิ้ง จำกัด ตั้งอยู่ในกรุงเทพฯ โดยมีกลุ่มคน 2-3 คน จัดตั้งบริษัท เพื่อดำเนินธุรกิจทางการค้า 24 ข้อ ทั้งด้านการค้าสินค้า ประเภทต่างๆ และทองรูปพรรรณ โดยการถือหุ้น จากนั้น ทำการเปลี่ยนคณะกรรมการบริษัท โดยนำบัตรประชาชนจากบุคคลอื่นมาเป็นกรรมการบริษัท แล้วหลบเลี่ยงภาษี ซึ่งทางคณะกรรมการป้องกันและการฟอกเงิน จึงดำเนินคดี กับทางบริษัท และคณะกรรมการ พร้อมทำการยึดทรัพย์ 113 รายการ เป็นเงินกว่า 133 ล้านบาท และดำเนินคดี กับบุคคลกลุ่มดังกล่าว ในฐานความผิด ร่วมกันออกเลขใช้กำกับภาษี ที่มิชอบ และการหลีกเลี่ยงภาษี เมื่อวันที่ 2 ตุลาคม 2556 ที่ผ่านมา