นายพัลลภ แซ่จิว ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจังหวัดเชียงใหม่ เปิดเผยว่าตัวเลขนักท่องเที่ยวหลักจากที่พบว่ามีผู้ป่วยติดเชื้อโควิด-19 ในพื้นที่ตั้งแต่เมื่อวันที่ 29 พ.ย. - 2 ธ.ค. 2563จำนวนผู้เดินทางเข้ามาผ่านท่าอากาศยานเชียงใหม่ ลดลงไปเหลือประมาณวันละ 7,000 คนหลังจากนั้นในวันที่ 3- 4 ธ.ค. 2563 ตัวเลขผู้เดินทางเข้ามาผ่านทาง ท่าอากาศยานเชียงใหม่เริ่มเพิ่มขึ้นมาเป็นวันละประมาณ9,000 คน และเชื่อว่าในช่วงวันหยุดต่อเนื่องที่จะถึงนี้คาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามาในพื้นที่เพิ่มมากขึ้น
สำหรับพฤติกรรมนักท่องเที่ยวไทยปัจจุบันเริ่มให้ความสนใจท่องเที่ยวตามธรรมชาติมากขึ้นเมื่อเดินทางเข้ามาในพื้นที่ส่วนใหญ่จะเช่ารถยนต์ขับเองเดินทางออกไปเที่ยวยังอำเภอรอบนอกของจังหวัดเชียงใหม่ที่ไม่พบไทม์ไลน์ของผู้ป่วยติดเชื้อโควิด-19เดินทางเข้าไป แต่ขอให้นักท่องเที่ยวยกการ์ดสูงสวมใส่หน้ากากอนามัยและเว้นระยะห่าง ปฏิบัติตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดอย่างเคร่งครัด
ในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่พบการติดเชื้อในลักษณะนำเข้ามาจากต่างประเทศและยังไม่มีการติดต่อกันในพื้นที่ ส่วนแหล่งท่องเที่ยว ร้านอาหาร วัด สวนดอกไม้ผู้ที่นำเข้าเชื้อโควิด-19ไม่ได้เข้าไปในสถานที่ท่องเที่ยวที่เป็นที่นิยมของจังหวัดเชียงใหม่ยืนยันว่าจังหวัดเชียงใหม่ยังมีความปลอดภัย และยังไม่มีการล็อคดาวน์พื้นที่นักท่องเที่ยวยังสามารถเดินทางท่องเที่ยวได้ตามปกติ
สำหรับห้องพักในจังหวัดเชียงใหม่ จากการสอบถามข้อมูลมีการยกเลิกห้องพักมาจากนักท่องเที่ยวในลักษณะที่เป็นหมู่คณะ ซึ่งมีจำนวนไม่มากนักโดยเฉพาะกรุ๊ปทัวร์จากสถาบันการศึกษาเนื่องจากความกังวลใจของผู้ปกครองส่วนใหญ่ยังไม่มั่นใจจึงอาจจะมีการเปลี่ยนเส้นทางหรือยกเลิกการเดินทาง
ส่วนนักท่องเที่ยวที่เดินทางมากับครอบครัว โดยการเช่ารถตู้ท่องเที่ยวยกเลิกการจองห้องพักเข้ามาน้อยมากเพียงไม่กี่รายเท่านั้น ในขณะที่นักท่องเที่ยวกลุ่มย่อยที่เดินทางมาท่องเที่ยวกันเอง 1-2 คน เริ่มจองห้องพักเข้ามาในช่วงหลังวันที่ 5 6 ธ.ค. 63 มีตัวเลขที่เริ่มดีขึ้น มียอดจองอยู่ที่ประมาณร้อยละ 70จากจำนวนห้องประมาณ 30,000 ห้องที่มีอยู่ในจังหวัดเชียงใหม่
ขณะเดียวกันกองประกวดนางสาวไทยยังให้ความเชื่อมั่นในการเข้ามาจัดกิจกรรมที่เชียงใหม่ นอกจากนั้นทูตในกลุ่มอียู17 ประเทศ มั่นใจเดินทางเข้ามาประชุมในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่พร้อมทั้งลงพื้นที่ท่องเที่ยวในจังหวัดเชียงใหม่