พล.ต.อ.วิสนุ กล่าวว่า ผบ.ตร. ได้เน้นย้ำการตรวจสอบต้องยึดหลักการ 3 ข้อ คือ1. ต้องคืนความชอบธรรม คืนเงิน คืนเบี้ยเลี้ยง ให้ตำรวจผู้ได้รับความเสียหายอย่างครบถ้วน ถูกต้อง เพราะฉะนั้นหากใครได้รับเงินเบี้ยเลี้ยงตามสิทธิ์ ให้แจ้งมาที่ตนได้เลย 2.ต้องยึดหลักถูกต้องตามระเบียบกฎหมาย รวมถึงมาตรฐานการลงโทษ และ เป็นไปตามกรอบเวลาที่ไม่ล่าช้า3.การดำเนินการทั้งหมดต้องเป็นที่พอใจของตำรวจ ของสังคม เพราะฉะนั้นการลงโทษต้องมีมาตรฐาน และตรวจสอบได้
ปัจจุบันมีหน่วยที่ถูกตรวจสอบ ตั้งแต่ระดับกองกำกับการ ถึงโรงพัก 41 หน่วย มีข้าราชการตำรวจชั้นประทวนถึงระดับพล.ต.ต. ที่ถูกตั้งกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริง 97 นาย ส่วนจะผิดหรือไม่ต้องว่ากันอีกครั้ง โดย ผบ.ตร. ยืนยันว่า เรื่องนี้มีคนทำผิดต้องถูกลงโทษ จะวินัยร้ายแรงหรือไม่ร้ายแรง ก็ว่าไปตามกระบวนการ ไม่มีการช่วยเหลือใคร ทั้งนี้สำหรับรายชื่อผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมด ได้ส่งให้ ผบ.ตร. หมดแล้ว ล่าสุดมีการปรับย้ายระดับ รอง ผบก.-ผกก. ก็ย้ายออกนอกหน่วย ทางปกครองก็ดูว่าใครทำผิดก็มีมาตรการทางปกครองคู่ขนานไปด้วย
ส่วนกรณีที่ พ.ต.อ.สมพงศ์ ทิพย์อาภากุล ผกก.ทุ่งสง ได้รับการแต่งตั้งให้เลื่อนระดับสูงขึ้น เป็น รอง ผบก.กค.ภ.8 อยู่ในบัญชีผู้เหมาะสม เกณฑ์อาวุโส 33 เปอร์เซ็นต์ ที่ต้องได้รับแต่งตั้งสูงขึ้น ซึ่งการดำเนินการทางวินัย กับการแต่งตั้งอาจจะคนละเรื่องกัน และขึ้นไปอยู่ไม่ใช่ตำแหน่งหลัก เพราะฉะนั้นการที่ท่านถูกกักยาม ก็ดำเนินการต่อไป