โดยทางจังหวัดเชียงรายได้กำหนดให้ผู้ที่เคยมีประวัติลักลอบมาจากประเทศเมียนมาให้ไปรายงานตัวที่โรงพยาบาล โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพประจำตำบล (รพ.สต.) และอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) โดยมอบหมายให้ทางฝ่ายสาธารณสุขและฝ่ายปกครองแต่ละอำเภอรับไปดำเนินการ โดยจะเร่งรัดจัดตั้ง Local Quarantine ที่ชายแดน อ.แม่สาย เพื่อไม่ให้กลุ่มเสี่ยงเข้ามาลึกจากชายแดนและสนับสนุน Local Quarantine ใน อ.เมืองเชียงราย ที่เริ่มแออัดจากผู้ที่เข้าไปกักตัวมากขึ้น
นายประจญปรัชญ์สกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงรายกล่าวว่า การลักลอบข้ามแดนของผู้ติดเชื้อที่ จ.เชียงใหม่ นั้นยืนยันว่าเจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายได้เฝ้าสกัดกั้นอย่างหนักแล้ว แต่มีกลุ่มคนที่เป็นขบวนการนำพาเข้ามาเพื่อแลกกับเงินค่าจ้าง โดยหากพบว่าเจ้าหน้าที่วางสิ่งกีดขวาง ไฟส่องสว่าง หรือลาดตระเวณไปจุดใดก็จะเลี่ยงไปยังจุดอื่น โดยเฉพาะทางดอยกุเต็งนาโย่ง ผาฮี้ ผาหมี ที่เป็นป่าเขา ซึ่งล่าสุดได้ให้ฝ่ายเจ้าหน้าที่ตำรวจนำไปปฏิบัติแล้ว
อย่างไรก็ตาม ชายแดนไทย-เมียนมา มีระยะทางกว่า 300 กิโลเมตร และบางช่วงเป็นลำน้ำที่คับแคบ ดังนั้นจึงได้ประสานไปยังทาง จ.ท่าขี้เหล็ก เพื่อให้ช่วยนำพาคนไทยที่ตกค้างกลับมาตามช่องปกติโดยจะมีการตรวจหาเชื้อให้ฟรีด้วยซึ่งจะลดความเสี่ยงแทนที่จะปล่อยให้หลบหนีเข้ามาอีก ทั้งนี้ยืนยันว่ายังไม่มีนโยบายในการปิดด่านพรมแดนที่เหลือเพียงจุดเดียวดังกล่าว เพราะจะส่งผลกระทบอย่างมากโดยจะดำเนินการตามขั้นตอนเหล่านี้ให้ดีที่สุดก่อนแต่ก็ขึ้นอยู่กับนโยบายของรัฐบาลอีกครั้งหนึ่ง
ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย กล่าวอีกว่า ปัจจุบันได้รับแจ้งมีขบวนการขนคนข้ามมาจากฝั่งประเทศเมียนมา มีบริการไปรับ-ส่งที่พัก โดยพบว่ามีเพียงไม่กี่คนและหัวหน้าเป็นชาวต่างด้าวที่อาศัยอยู่ที่ชายแดนฝั่งไทย โดยได้มอบหมายให้ พ.ต.อ.ภูมิปัญญ์ญา นวตระกูลพิสุทธิ์ รอง ผบก.ภ.จว.เชียงราย นำทีมสืบสวนสอบสวนจัดการกับขบวนการดังกล่าว เพราะเชื่อว่าอยู่เบื้องหลังการลักลอบเข้ามาของหญิงสาวที่พบเชื้อที่ จ.เชียงใหม่