พ.ต.อ.กฤษณะ กล่าวว่า ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมากลุ่มที่มีความเห็นต่างจากรัฐบาล ไม่ได้มีการแจ้งการชุมนุมกับตำรวจตามที่กฎหมายได้กำหนด ตำรวจจึงมีความจำเป็นต้องบังคับใช้กฎหมาย ถ้าไม่มีการแจ้งการชุมนุม เจ้าหน้าที่ตำรวจที่รับผิดชอบในพื้นที่นั้นๆ จะต้องประกาศว่าการชุมนุมนั้นเป็นการชุมนุมโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย ขอให้ยุติการชุมนุมในระยะเวลาที่กำหนด ทั้งนี้การแจ้งการชุมนุมเป็นจุดแรกที่ผู้ชุมนุมและตำรวจจะได้มีการทำงานอย่างใกล้ชิดในเรื่องการวางกำลังรักษาความสงบเรียบร้อยให้เกิดขึ้น ทั้งนี้เจตนารมณ์ของกฎหมายไม่ได้ห้ามการชุมนุม แต่อยากจะให้เป็นการชุมนุมที่สงบเรียบร้อย และปราศจากอาวุธ ทั้งนี้ตำรวจไม่ใช่คู่ขัดแย้ง การชุมนุมต้องอยู่ในกรอบของกฎหมายและไม่กระทบสิทธิของประชาชน
พล.ต.ต.ปิยะ กล่าวอีกว่า กรณีการชุมนุมที่แยกบางนา ถนนสุขุมวิท ตำรวจเชื่อมั่นว่าผู้ชุมนุมจะลงมาบนผิวการจราจร ขณะนี้ทางกองบังคับการตำรวจนครบาล 5 และสน.บางนา ได้จัดตำรวจจราจรไว้คอยอำนวยความสะดวก เพื่อให้ประชนคนอื่นๆ ได้รับผลกระทบน้อยที่สุด และขอวิงวอนกลุ่มผู้ชุมนุม แม้การชุมนุมเป็นสิทธิตามรัฐธรรมนูญ แต่อย่าก่อให้เกิดความเดือดร้อนต่อประชาชนส่วนรวม ส่วนกรณีมีการชุมนุมคู่ขนานกันที่จ.นนทบุรี ขอเตือนประชาชนให้หลีกเลี่ยงถนนงามวงศ์วาน และให้ไปใช้ถนนพระราม 5 ถนนเลียบคลองประปาแทน
กรณีการชุมนุมที่แยกบางนาเคยมีเหตุรุนแรงเกิดขึ้น ทางพล.ต.ต.ปิยะ กล่าวว่า เรามีความกังวลว่าผู้ชุมนุมมีการนำอาวุธมาใช้ในพื้นที่ ยืนยันว่าเราจะบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัดและตรงไปตรงมา และขอให้ชุมนุมตามกรอบกฎหมาย เป็นไปโดยสงบปราศจากอาวุธ สำหรับการชุมนุมเมื่อวานที่บริเวณห้าแยกลาดพร้าว มีการ์ดผู้ชุมนุมไปล็อคตัวคนที่ถูกระบุว่าเป็นเจ้าหน้าที่นั้น ยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบ
พล.ต.ต.ปิยะ ยังกล่าวถึงความคืบหน้าเหตุการณ์ยิงกันที่ธนาคารไทยพานิชย์ สำนักงานใหญ่ ว่า การสอบสวนเป็นไปด้วยความเรียบร้อยและคืบหน้าไปมาก มีการออกหมายจับผู้ต้องหา 1 ราย แจ้ง 3 ข้อหา คือพยายามฆ่า, ยิงปืนในหมู่บ้านหรือทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุอันควร, พาอาวุธปืนไปในเมืองหมู่บ้านโดยผิดกฎหมาย ซึ่งผู้ต้องหาให้การรับสารภาพและได้ขอประกันตัวเรียบร้อย และอยู่ระหว่างสืบสวนหาตัวคนที่ปาไปป์บอมบ์อีกรายที่ยังหลบหนีอยู่