ขณะเดียวกันนั้นก็มีน้ำทะเลหนุนสูงและคลื่นที่สูงกว่า 2 เมตร ซัดเข้าหาฝั่งซึ่งได้ซัดพาเอาขยะทะเลมาเกยหาดหัวไทรตลอดแนวชายฝั่งเป็นจำนวนมากยาวหลายกิโลเมตร เมื่อชาวบ้านได้ตรวจสอบเศษขยะดังกล่าวก็พบว่าส่วนใหญ่จะเป็นจำพวกเศษพลาสติกบรรจุภัณฑ์อาหาร และเครื่องดื่มที่ถูกคลื่นซัดลอยมาเกยหาด ซึ่งไม่ใช่ขยะที่มาจากประเทศไทย เมื่อดูแหล่งผลิตและยี่ห้อ รวมถึงตัวอักษรบนบรรจุภัณฑ์เหล่านี้ น่าจะมาจากประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งเป็นสิ่งบ่งชี้ให้เห็นถึงสภาพขยะที่ลอยอยู่ในทะเลจำนวนมหาศาล เมื่อคลื่นลมมรสุมตะวันออกเฉียงใต้ตามฤดูกาลเข้าสู่อ่าวไทย ทำให้ขยะทะเลจำนวนมากถูกซัดมาเกยหาดต่างๆในประเทศไทย
โดยชาวบ้านในย่านนี้ให้ข้อมูลว่า ทุกๆปีในช่วงมรสุม คลื่นลมบริเวณอ่าวหัวไทรจะมีกำลังแรง และเป็นที่น่าสังเกตว่าขยะทะเลจำนวนมากถูกซัดขึ้นมาเกยหาด แต่ไม่ได้มีการจัดเก็บทำลายอย่างเป็นรูปธรรม จนส่งผลให้ชายหาดละแวกนี้ เป็นหาดทรายเสื่อมโทรม ทั้งที่สามารถพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวได้