ขณะเดียวกันหากสังเกตให้ดีจะพบว่า ทั้ง 6 คนมีคุณสมบัติที่เหมือนกันอย่างน้อย 3 ด้าน ได้แก่
1. คนวงในสมัย "โอบามา" ทั้ง 6 คนล้วนแล้วแต่เป็นคนวงในสมัยรัฐบาลอดีตประธานาธิบดีบารัก โอบามา ซึ่งไบเดนเป็นรองประธานาธิบดีอยู่ 8 ปีทั้งสิ้น เช่น จอห์น เคอร์รี ก็เป็นอดีตรัฐมนตรีต่างประเทศ, บลิงเคนและโธมัส-กรีนฟีลด์ เป็นอดีตรัฐมนตรีช่วยต่างประเทศ, และซัลลิแวนเป็นอดีตที่ปรึกษาความมั่นคงของรองประธานาธิบดี เป็นต้น
2. ผู้เชี่ยวชาญ "ตัวจริง" ไบเดนตั้งใจเลือกสรรบุคคลที่มีองค์ความรู้ ประสบการณ์ และความเชี่ยวชาญในสาขานั้นๆ มาอยู่ในคณะรัฐมนตรี เช่น มายอร์กาสเป็นอดีตรัฐมนตรีช่วยกระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิมาก่อน และเฮนส์ก็เคยเป็นทั้งรอง ผอ.ซีไอเอและรองที่ปรึกษาความมั่นคงแห่งชาติ ไม่เหมือนกับโอบามาที่เน้นเลือกเอา "คู่แข่ง" ชิงตำแหน่งประธานาธิบดีด้วยกันมาเป็นรัฐมนตรี เช่น ฮิลลารี คลินตัน หรือกรณีของทรัมป์ที่มักตั้ง "คนนอก" เช่น เร็กซ์ ทิลเลอร์สัน อดีตผู้บริหารบริษัทพลังงานยักษ์ใหญ่มาเป็นรัฐมนตรีต่างประเทศ
3. ความหลากหลาย ในสมัยของทรัมป์ สมาชิก ครม.ส่วนใหญ่มักเป็นผู้ชายและผิวขาว แต่ใน ครม.ชุดใหม่ของไบเดน แม้หลายคนจะเป็นคนคุ้นเคย แต่คน "หน้าเก่า" เหล่านี้ก็กำลังจะสร้างประวัติศาสตร์ "หน้าใหม่" ขึ้นมา เช่น มายอร์กาสจะกลายเป็นรัฐมนตรีความมั่นคงคนแรกที่มีเชื้อสายฮิสแปนิกเพราะเขาเกิดที่คิวบาและอพยพมาสหรัฐฯ ตั้งแต่ยังเด็ก, เฮนส์จะกลายเป็น ผอ.สำนักข่าวกรองคนแรกที่เป็นผู้หญิง, และซัลลิแวนจะเป็นหนึ่งในที่ปรึกษาความมั่นคงแห่งชาติที่อายุน้อยที่สุดด้วยวัยเพียง 43 ปี
แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นหลายตำแหน่งก็ขึ้นอยู่กับวุฒิสภาว่าจะรับรองตามการเสนอชื่อของไบเดนหรือไม่ เนื่องจากมีแนวโน้มว่าพรรครีพับลิกันจะยังสามารถครองเสียงข้างมากในวุฒิสภาได้ต่อไป