นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธานแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) กล่าวในรายการลมหายใจพีซทีวี เวทีทัศน์ ว่า สถานการณ์การเมืองและการเคลื่อนไหวในประเทศที่ผ่านมานั้นตนเคยพูดอยู่เสมอว่า การเมืองมีอยู่เพียง 3 ระยะในการเคลื่อนไหว ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มใดก็ตาม หากทุกคนลองนึกดูว่าการขับเคลื่อนของนปช.นั้นก็จะเป็นไปด้วยความสวยสดงดงาม ระยะที่ 2 การเคลื่อนไหวจะเป็นไปด้วยความแข็งแรงมากที่ และสุดระยะที่ 3 เมื่อกลไกรัฐในขณะนั้นตั้งหลัก คือ ระยะตะลุมบอนและเวลานี้ตนก็ประเมินสถานการณ์การชุมนุมของคนรุ่นใหม่ว่า เดินมาสู่ในระยะที่ 3 แม้จะมีการปกป้องแนวทางสันติวิธีทุกประการก็ตาม
ดังนั้นในแต่ละเหตุการณ์ไม่ใช่ว่าแต่ละฝ่ายต้องการให้เกิดเรื่อง แต่มือที่ 3 เท้าที่ 4 พร้อมจะใส่เสื้อทั้ง 2 ทาง และการสร้างสถานการณ์ของทั้งสองฝ่ายรูปแบบจะไม่เปลี่ยนแปลงไป ครั้งล่าสุดที่รัฐสภาเกียกกายถือว่าโชคดีที่ยังไม่มีใครตาย และรูปแบบก็เป็นแบบเดียว จนสุดท้ายนำไปสู่การปะทะกัน และระหว่างนั้นจะมีลูกผสมเข้ามามากมาย ดังนั้น สถานการณ์ขณะนี้ที่ตนต้องส่งเสียงไปยังรัฐบาล ว่า กลเกมต่างๆและลูกผสมต่างๆส่วนใหญ่รัฐในขณะนั้นๆ จะเข้ามามีบทบาทในการสร้างสถานการณ์ทุกครั้ง และครั้งเมื่อเลือดได้หลั่ง แล้วมันจะหยุดยาก แต่หากรัฐไม่ต้องการจะให้เกิดเรื่อง ก็ขอให้จำปากตนไว้อย่างหนึ่งว่า ตำรวจรู้ทุกเรื่อง หากตำรวจเอาจริงเอาจัง และได้รับการกำชับมานั้น รอดสายตาตำรวจยากมากอีกทั้งยังมีเทคโนโลยีกล้องวงจรปิดจำนวนมาก สามารถบันทึกภาพไว้ได้หมดเพียงแต่วัตถุประสงค์จะเก็บภาพเหล่านั้นไว้เพื่ออะไร เช่น ต้องการภาพชายใส่เสื้อสีชมพูยิงไปอีกฝั่งหนึ่งแต่ไม่ปรากฏว่าอีกฝั่งนั้นได้รับบาดเจ็บแม้แต่คนเดียว ขณะเดียวกันก็มาอธิบายว่า กระสุนผิดพลาดมาเจอพวกเดียวกันเอง ทั้งหมดเป็นสูตรเดิมที่ปฏิบัติกันมายาวนานและตนก็เชื่อว่ากระบวนการอย่างนี้ที่เจอกันมากว่า 15 ปีนั้นมันควรที่จะหยุดกันเสียทีและคนที่จะหยุดได้ก็คือรัฐ โดยวันนี้ยังเป็นการดูแลของทางตำรวจอยู่ แม้ว่าทหารจะสแตนบายต่างๆก็ตาม
นายจตุพร กล่าวว่า อย่างที่ตนบอกว่าประเทศไทยเราไม่เคยมีการรัฐประหารเป็นครั้งสุดท้าย แต่สถานการณ์ที่ตนพูดกันมาหลายวันที่ผ่านมานั้นดูเหมือนว่าไม่มีอะไร ในวันที่ 2 ธันวาคมนี้ ซึ่งเป็นวันที่ศาลรัฐธรรมนูญนัดอ่านคำวินิจฉัยกรณีการพักบ้านหลวงของนายกรัฐมนตรี ภายหลังจากการเกษียณอายุราชการไปแล้ว แต่ก็ไม่มีใครเชื่อว่าพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชาจะไม่รอด เพราะ มีกรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย เรื่องการเป็นเจ้าหน้าที่รัฐ ว่าพลเอกประยุทธ์ ไม่ได้เป็นเจ้าหน้าที่รัฐ ทุกอย่างก็หมดหวัง แต่ขอให้เชื่อตนไว้อย่างหนึ่งว่า เมื่อมีสถานการณ์เปลี่ยนแปลงไป ไม่มีใครแข็งแรงตลอดระยะเวลา ทั้งนี้หากคนส่วนใหญ่คิดว่าพลเอกประยุทธ์ต้องรอด 99% แต่ตนเชื่อฝั่ง 1% ว่าพลเอกประยุทธ์จะไม่รอด เพราะสถานการณ์การเมืองเดินมาถึงทางตันและการที่จะเอา พลเอกประยุทธ์ให้พ้นจากกระดานนี้ทำได้อย่างเดียวคือการให้พ้นจากตำแหน่ง ดังนั้นมีกรณีเดียวขณะนี้ที่ทำได้คือ กรณีที่พักอยู่บ้านหลวง ซึ่งเรื่องนี้เหมือนกับกรณีของนายสมัคร สุนทรเวช ที่ทำกับข้าวออกโทรทัศน์และก่อนที่เราจะถูกยึดอำนาจ ปี 57 ตนเคยพูดไว้ว่า จำปากตนไว้ว่านายกรัฐมนตรีต่อจากนางสาวยิ่งลักษณ์ชินวัตร ให้ขีดเส้นใต้ไว้เลยว่าชื่อพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา และวันนั้นก็ไม่มีใครเชื่อตน แต่การอ่านกระดานการเมือง และการข่าวการวิเคราะห์ต่างๆเชื่อว่า 1% นี้จะเป็นความหวัง และ หากถามว่าใครจะเป็นนายกรัฐมนตรีคนต่อไป ให้ขีดเส้นใต้ไว้เหมือนกันว่านายกรัฐมนตรีคนต่อไปชื่ออนุทิน ชาญวีรกุล