21 พฤศจิกายน 2563 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากการติดตามบรรยากาศการเก็บเกี่ยวและขายผลผลิตข้าวนาปี ของชาวนาที่ จ.กาฬสินธุ์ พบว่าต่างพากันนำเมล็ดข้าวเปลือกที่ได้จากการจ้างรถเก็บเกี่ยวมาผึ่งแดดกันเป็นจำนวนมาก ทั้งนี้ เพื่อให้เมล็ดข้าวแห้ง และชะลอการขาย ซึ่งจะได้ราคาดีกว่านำไปขายในลักษณะข้าวสด ที่จะถูกพ่อค้าคนกลางกดราคา โดยอ้างว่าค่าความชื้นสูงและมีสิ่งเจือปน ทำให้ชาวนาในรายที่นำข้าวไปขายได้ราคาต่ำ เพียง ก.ก.ละ 6-7 บาทเท่านั้น ทั้งนี้ เพื่อจะได้ขาวข้าวราคาสูงขึ้น ชาวนาที่ว่าจ้างรถเก็บเกี่ยวจึงนำข้าวเปลือกไปตากตามพื้นที่ว่างต่างๆ โดยเฉพาะภายในวัดและสถนที่ทางราชการที่กว้างขวาง ดีกว่าจะตากตามถนนหลวง ที่เสี่ยงกับการเกิดอุบัติเหตุถูกรถเฉี่ยวชนพระวีระ กนฺตวีโร ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดวิเศษไชยาราม วัดประจำตำบลบึงวิชัย อ.เมือง จ.กาฬสินธุ์ ซึ่งเป็นสถานที่ประดิษฐานเจดีย์พิพิธภัณฑ์พระธรรมวงศาจารย์ หรือหลวงปู่สุข สุขโณ อดีตเจ้าคณะ จ.กาฬสินธุ์ และอดีตเจ้าอาวาสวัดกลาง (พระอารามหลวง) กล่าวว่า ในช่วงฤดูกาลเก็บเกี่ยวผลผลิตข้าว เพื่อเป็นการอำนวยความสะดวกกับชาวนา ที่ไม่มีสถานที่ตากข้าวเปลือก ทางวัดจึงได้อนุญาตให้ชาวนานำข้าวเปลือกมาตากภายในบริเวณวัด ที่เป็นลานบุญลานธรรม และตามพื้นที่ว่างได้ตามสะดวก ซึ่งตนและพระเณรในวัด ก็จะมาช่วยชาวนาตากและเก็บข้าวบ้าง โดยส่วนมากจะตาก 3 วัน ก็จะได้เมล็ดข้าวเปลือกที่แห้งพอดี จากนั้นก็จะบรรจุใส่ถุงไปเก็บไว้ในที่ปลอดภัย รอช่วงข้าวราคาสูงขึ้นจึงนำไปขาย ทั้งนี้ ผลดีจากการนำข้าวเปลือกมาตากในวัดคือปลอดภัยจากการที่อาจจะถูกรถเฉี่ยวชน และไม่ต้องเสี่ยงกับการถูกโจรลักขโมย เหมือนนำไปตากตามถนนหลวงหรือสถานที่อื่น