อาจารย์ดรณ์ สุทธิภิบาล อาจารย์คณะศิลปกรรมและสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา หัวหน้าคณะนักวิจัยกฎบัตรเชียงใหม่ เปิดเผยว่า ทางกฎบัตรเชียงใหม่ ได้กำหนดจัดโครงการ Chiang Mai Creative Mind 2020 :Chiang Mai Creative Fashion & Lifestyle ในวันที่ 21 พฤศจิกายน 2563 เวลา 18.30 - 20.30 น. ที่สะพานขัวเหล็ก อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งถือว่าเป็นครั้งแรกที่ใช้สะพานขัวเหล็กมาปรับเป็นรันเวย์แฟชั่นโชว์ ยาวกว่า 97 เมตร โดยแฟชั่นโชว์ครั้งนี้ ต้องการสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ของผ้าเชียงใหม่ให้เกิดการจ้างงาน โดยรวบรวมแหล่งผลิตผ้าจากผู้ประกอบการ และชุมชน จาก 25อำเภอ ที่มีศักยภาพในการผลิตผ้าที่มีอัตลักษณ์ เพื่อให้เกิดการจ้างงานระดับฐานรากในภาวะที่ทุกคนต้องประสบกับภาวะวิกฤติโควิด
ทั้งนี้ ได้มีนักออกแบบรุ่นใหม่ที่เป็นชาวเชียงใหม่กว่า 30 ชีวิต ได้ระดมแนวความคิด และนักออกแบบแต่ละคนได้ลงพื้นที่ไปช่วยเหลือผู้ประกอบการ และชุมชน รวมถึงหน่วยงานภาครัฐ และสถาบันการศึกษา เพื่อช่วยสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ผ้า ทำให้ชุมชนเกิดการจ้างงาน จากกระบวนการผลิตเสื้อผ้า และยังสามารถนำมาเชื่อมโยงกับการท่องเที่ยวที่เริ่มจะมีสัญญานที่ดีขึ้นจากกลุ่มนักท่องเที่ยวชาวไทย และเป็นการอาศัยกิจกรรมนี้ ประชาสัมพันธ์ให้นักท่องเที่ยวได้รู้จักผลิตภัณฑ์ผ้าเชียงใหม่ ที่สามารถจะเข้าถึงกลุ่มคนรุ่นใหม่ได้มากยิ่งขึ้น โดยมั่นใจว่า เสื้อผ้าที่ถูกออกแบบมาในงานแฟชั่นครั้งนี้ จะเห็นถึงการเปลี่ยนแปลงทางด้านงานดีไซน์ที่หยิบเอาอัตลักษณ์มาสร้างสรรค์ให้เข้าถึงทุกกลุ่มอายุ และทุกเทศกาล
"การนำเสนอด้วยแฟชั่นครั้งนี้ จะผสมผสานระหว่างสถานที่ที่มีเรื่องราว และระบบแสงสีเสียง ซึ่งไม่เคยจัดขึ้นในรูปแบบนี้มาก่อนในจังหวัดเชียงใหม่ โดยครั้งนี้จะให้ประชาชนในจังหวัดเชียงใหม่ และนักท่องเที่ยวได้ทราบว่า เสื้อผ้าแต่ชุดผลิตจากชุมชนไหนอำเภอไหน ใครเป็นคนตัดเย็บ และหากว่าต้องการเข้าไปเชื่อมโยงการท่องเที่ยว หรือทางธุรกิจก็สามารถจะต่อยอดเชื่อมต่อกันได้ และหลังจากเสร็จงานนี้แล้ว จะนำไปแสดงต่อจังหวัดภูเก็ต และกรุงเทพฯ เพื่อนำเสนอให้ทุกคนได้รู้จักวัฒนธรรมล้านนา และสถานที่การผลิตในชุมชน ซึ่งไม่ได้เพียงแค่นำเสนอผลิตภัณฑ์ แต่เป็นการยกระดับให้ชุมชน สินค้า และธุรกิจต่างๆ เข้าถึงนักท่องเที่ยวมากขึ้น"อาจารย์ดรณ์ กล่าว
นายชูวงศ์ ชีพธรรม หัวหน้าทีมนักออกแบบ โครงการ Chiang Mai Creative Fashion & Lifestyle กล่าวว่า สำหรับการจัดงานครั้งนี้ จะมีนางแบบ และนายแบบกว่า 128 คน และมีนักออกแบบกว่า 30 คน ซึ่งเป็นเจ้าของแบรนด์วัฒนธรรม แบรนด์สตรีท ที่เลือกใช้ผ้าฝ้าย ผ้าไหม ผ้าบาติก ผ้าทอยกดอกที่ทอกันเองในแต่ละชุมชน โดยแนวคิดจะเกี่ยวข้องกับวัฒนธรรมประเพณีของจังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งนักออกแบบจะนำไปเป็นแรงบันดาลใจในการสร้างสรรค์ผลิตเสื้อผ้าออกมาในแบบฉบับที่เป็นเอกลักษณ์ของแต่ละราย ไม่เพียงแต่ส่งเสริมแฟชั่นเชียงใหม่ให้เป็นที่รู้จักแล้ว ยังเป็นการกระตุ้นให้ทุกคนได้รู้จักแหล่งท่องเที่ยว และแหล่งผลิตผ้าควบคู่กันไป ที่สำคัญ ยังเป็นการเปิดโอกาสให้ทั้งสถาบันการศึกษา ทัณฑสถานหญิง และชุมชน ได้เข้ามาร่วมมีบทบาทในการสร้างสรรค์งานแฟชั่นของจังหวัดเชียงใหม่ โดยไฮไลท์ของงานครั้งนี้ ไม่เพียงแต่จะเป็นการโชว์สุดยอดแฟชั่นจากผ้าของเชียงใหม่ครั้งยิ่งใหญ่แล้ว แต่ยังเป็นการโปรโมทการท่องเที่ยวของของจังหวัดเชียงใหม่ด้วย