กองทัพอังกฤษพัฒนากระสุนยางเมื่อ 50 ปีก่อน (ช่วงประมาณ พ.ศ. 2500) เพื่อใช้ในการควบคุมผู้ก่อการจลาจลชาตินิยมในไอร์แลนด์เหนือ จากนั้นมันก็ถูกใช้ควบคุมฝูงชนเรื่อยมา ทั้งในกองกำลังความมั่นคงของอิสราเอลต่อผู้ประท้วงชาวปาเลสไตน์ หรือในฝรั่งเศสที่ใช้ควบคุม ผู้ประท้วง "เสื้อเหลือง" ในปารีส ศาสตราจารย์ John Jay College of Criminal Justice ในนิวยอร์กกล่าวว่า ตำรวจไม่จำเป็นต้องจัดทำเอกสารอย่างเป็นทางการเพื่อใช้กระสุนยางในเวลานั้น ดังนั้นแล้วจึงไม่มีข้อมูลระดับชาติที่บันทึกข้อมูลการใช้กระสุนยาง และไม่มีมาตรฐานที่ตกลงถึงขอบเขตการใช้กระสุนยางในระดับประเทศ
"มันนับเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างมาก" สำหรับประเทศไทย ปัญหาเรื่องกระสุนยาง และกระสุนจริง ถูกวิพากษ์ในวงกว้างสำหรับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นต่อการสลายการชุมนุมกลุ่มคนเสื้อแดง เมษา- พฤษภา 53 ข้อมูลจาก ศปช. ระบุว่า ในช่วงการชุมนุมคนเสื้อแดง มีการเบิกจ่ายกระสุนจริง 597,500 นัด ก่อนส่งคืนให้กรมสรรพาวุธในภายหลัง 479,577 นัด เท่ากับมีการใช้กระสุนจริงไป 117,923 นัด และมีการเบิกกระสุนสำหรับการซุ่มยิง 3,000 นัด ส่งคืน 880 นัด เท่ากับใช้ไป 2,120 นัด นอกจากกระสุนยาง รายงานแพทย์สหรัฐฯ ยังระบุถึงการทดสอบของการสลายการชุมนุมในอิรัก ที่พบว่ามีอุปกรณ์การสลายการชุมนุมที่เป็นอันตรายเพิ่มเติมคือ แก๊สน้ำตา : ส่งผลต่อการมองเห็น และการหายใจที่ลำบาก การฉีดน้ำแรงดันสูง : หากโดนลำตัวโดยตรง อาจส่งผลต่ออาการบวมของต่อมน้ำเหลือง และการบาดเจ็บทางร่างกาย ขอบคุณที่มา กรุงเทพธุรกิจ