18 พฤศจิกายน 2563องค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน(ประเทศไทย) ได้งานเสวนาเรื่อง "ข้อตกลงคุณธรรม : ต้านโกง โปร่งใส ให้ประชาชนร่วมตรวจสอบ"เมื่อวันที่ 17 พ.ย. ที่ผ่านมาโดยศ.พิเศษ วิชา มหาคุณ กรรมการปฏิรูปประเทศ ด้านการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ กล่าวว่าการจะเปลี่ยนการให้สินบนได้ในช่วงข้ามคืนเป็นไปไม่ได้ แต่เป็นสัญญาณว่าผู้ให้คำมั่นปรารถนาที่จะขับเคลื่อนสังคมที่ปราศจากการทุจริต โดยส่งข่าวสารว่าจะมุ่งไปสู่สังคมที่ดีกว่าเดิม Better Society สะอาด โปร่งใส 2 คำนี้ที่เรียกว่าเป็นจิตวิญญาณของข้อตกลงคุณธรรม
"ถ้าทุกฝ่ายมีเจตจำนงที่เรียกว่า Political Will โดยเฉพาะรัฐบาล รัฐบาลต้องแน่วแน่ ว่าออกกฎหมายมาแล้วต้องสนับสนุนทำให้การปฏิบัติงานได้ผล ไม่ใช่ว่าล้มลุกคลุกคลาน แล้วก็หมดแรงไปเองเมื่อกำหนดมาว่าจะมีข้อตกลงในด้านคุณธรรมแล้ว บางองค์กรภาครัฐถอนตัวออกดื้อๆ ช่วยฟ้องประชาชนที่ว่ามีองค์กรไหนบ้าง สะท้อนว่าไม่ใช่เฉพาะการล้มเลิกอย่างเดียวแต่แสดงให้เห็นถึงความถดถอยทางด้านของคำมั่นสัญญาที่จะขับเคลื่อนสังคมไปสู่สังคมที่ปราศจากการทุจริตอีกด้วย" ศ.พิเศษ วิชา กล่าว
ขณะที่ ดร.สมเกียรติ ตั้งกิจวานิชย์ ประธานสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) กล่าวว่า สำหรับประเทศไทยการนำข้อตกลงคุณธรรมไปใช้กับโครงการจัดซื้อจัดจ้างต่างๆนั้น มีข้อมูลเชิงประจักษ์ว่า ทำให้ภาครัฐได้ประโยชน์จริง โดยผลศึกษาของทีมวิจัยของทีดีอาร์ไอ พบว่าส่งผลให้ภาครัฐประหยัดงบประมาณ ถ้าโครงการไหนมีการแข่งขันมาก ราคาก็ลดจากราคากลางได้มาก เช่น ถ้าแข่งขันโดยใช้วิธีอี-บิดดิ้ง ไม่ใช้วิธีจัดจ้างวิธีพิเศษ จะสามารถลดราคาจากราคากลางลงได้ 12% แต่ถ้านำข้อตกลงคุณธรรมมาใช้ร่วมด้วยจะลดราคาลงได้อีก 14% หรือรวม 26% ทำให้ที่ผ่านมาภาครัฐประหยัดงบประมาณได้กว่า 5 หมื่นล้านบาท ในช่วง 5 ปี (2558-62) หรือประหยัดได้ปีละ 1 หมื่นล้านบาท
"ข้อตกลงคุณธรรมเป็นเครื่องมือที่ตอบโจทย์เรื่องการต้านโกง ทั้งในด้านหลักคิด และหลักฐานเชิงประจักษ์ อีกทั้งในแง่ผลตอบแทนด้านการเงินในการดำเนินการก็มีความคุ้มค่าสูงมาก จึงมีความเห็นว่าควรทำให้ข้อตกลงคุณธรรมเป็นเครื่องมือหลักที่ใช้ในกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ และเสนอให้จัดสรรงบประมาณจากภาครัฐมาสนับสนุนโครงการข้อตกลงคุณธรรมประมาณร้อยละ 0.5 จากวงเงินที่ประหยัดไปได้ปีละ 10,000 ล้านบาท เพื่อทำให้เกิดความยั่งยืนของโครงการ" ดร.สมเกียรติ กล่าว