เนชั่นทีวี

ข่าว

ไทยจ่อเลื่อนทดสอบวัคซีนโควิด-19ในมนุษย์เฟส 1 กลางปีหน้า

17 พ.ย. 2563 | Nattawut

ไทยจ่อเลื่อนทดสอบวัคซีนโควิด-19ในมนุษย์เฟส 1 กลางปีหน้า

สถาบันวัคซีนแห่งชาติ เผย อาจต้องเลื่อน การทดลองวัคซีนชนิดmRNA ในมนุษย์ ไปกลางปีหน้า อีกทั้งยังต้องรอวัคซีนต้นแบบจากต่างประเทศ ขณะเดียวกัน วันนี้ คณะรัฐมนตรีได้อนุมัติงบประมาณ สำหรับการจองวัคซีนโควิด-19 ล่วงหน้า กับบริษัท แอสต้า ซิลิก้า แล้ว

ที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โครงการประเมินเทคโนโลยีและนโยบายด้านสุขภาพ (HITAP)  ได้จัดกิจกรรมทอล์กออนไลน์ โควิดมาราธอน : ห่างกันไว้...แต่ไปด้วยกัน เปิดเวทีการทอล์คในรูปแบบออนไลน์ เพื่อให้ประชาชนได้รับฟังความรู้ แก้ไขความเข้าใจ รวมทั้งตั้งความคาดหวังอย่างถูกต้องเกี่ยวกับโควิด-19  โดยหนึ่งในนั่นคือการเสวนา เรื่อง วัคซีนโควิด-19 ด้วย 
นพ. นคร เปรมศรี ผู้อำนวยการสถาบันวัคซีน แห่งชาติ   ระบุภายหลังเสวนาถึงความคืบหน้า วัคซีนโควิด-19 ในไทยว่า  วัคซีนต้นแบบ mRNA ของจุฬาฯ อาจต้องเลื่อนแผนการทดลองในมนุษย์ ระยะ1จากปลายเดือนมกราคมไปประมาณเดือนมีนาคมหรือ เมษายนปี 2564  เนื่องจากต้องรอโรงงานต่างประเทศในการผลิตวัคซีนต้นแบบmRNA  ที่ตอนนี้มีหลายประเทศจ่อคิว เช่นเดียวกัน 

ไทยจ่อเลื่อนทดสอบวัคซีนโควิด-19ในมนุษย์เฟส 1 กลางปีหน้า


โดยวันที่ 26 พ.ย. นี้ ไทยเตรียมเจรจากับทางบริษัทไฟเซอร์ ซึ่งได้ส่งชุดคำถามไปเรียบร้อยแล้ว ซึ่งกรอบการพูดคุยคงเป็นเรื่องการจัดหาซื้อวัคซีนมากกว่า หากประสบความสำเร็จในอนาคต   แต่ทั้งนี้ต้องพิจารณาข้อมูลอย่างละเอียดอีกครั้ง ว่าจะสามารถนำวัคซีนมาใช้ในประเทศได้หรือไม่  ซึ่งต้องปลอดภัยต่อคนไทย โดยวัคซีนแต่ละชนิดก็จะมีข้อจำกัด 
สำหรับการที่ บริษัท Moderna และบริษัท ไฟเซอร์ ประกาศประสิทธิผลของวัคซีนชนิดmRNA  ออกมานั้นแล้วได้ผลดีกว่าร้อยละ95และร้อยละ90  ซึ่งสิ่งที่ต้องดูและติดตาม ต่อคือ ประสิทธิผลของวัคซีนนั้นจะอยู่นานหรือไม่ และมีภูมิคุ้มกันมากน้อยขนาดไหน รวมถึงความปลอดภัย
เบื้องต้นวันนี้มีข่าวดี คณะรัฐมนตรีได้อนุมัติงบประมาณ สำหรับการจองวัคซีนล่วงหน้า กับบริษัท แอสต้า ซิลิก้า ซึ่งให้ทางสถาบันวัคซีนแห่งชาติและกรมควบคุมโรคไปดำเนินการ ซึ่งการจองวัคซีนนั้น ต้องบอกว่า ตอนนี้ทั่วโลกยังไม่มีวัคซีนป้องกันโควิด19 ที่ขึ้นทะเบียน และปลอดภัย ซึ่งการจองวัคซีน ถือว่า มีความเสี่ยง หากวัคซีนที่จองไม่ประสบความสำเร็จ อาจต้องเสียค่าจองล่วงหน้า แต่เมื่อเทียบกับโอกาสการได้รับวัคซีนที่เร็วขึ้นของคยไทย แม้ว่าเสี่ยงแต่ก็คุ้มค่าที่รัฐบาลยอมลงทุน 
ขณะที่ประเทศจีน ได้มีการพัฒนาวัคซีนป้องกันโควิด-19อย่างต่อเนื่อง มีการขึ้นทะเบียนเร่งด่วนเพื่อใช้ในประเทศ เช่นเดียวกับประเทศรัสเซีย  ที่ยังไม่มีวัคซีนที่ขึ้นทะเบียนเต็มรูปแบบ  แต่ก็ ใช้วิธีการขึ้นทะเบียนแบบฉุกเฉิน 
ด้าน ศ.นพ.เกียรติ รักษ์รุ่งธรรม ผู้อำนวยการพัฒนาวัคซีนโควิด-19 คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย  ระบุว่า หลังจากที่พัฒนาวัคซีนชนิดmRNA ในสัตว์ทดลอง ผลปรากฏว่ามีภูมิต้านทานดี จะเริ่มเข้าสู่การเข้าการทดลองในคนระยะที่ 1 ในอาสาสมัคร 72 คน ในช่วงเดือนเมษายนหลังสงกรานต์ เนื่องจากต้องรอโรงงาน ในการผลิตวัคซีนต้นแบบ 

ทั้งนี้เมื่อทดลองในคนระยะที่ 1 สำเร็จคาดว่าจะทดลองในคนระยะที่ 2 ในช่วงเดือนมิถุนายนนี้ต่อ หากทดลองสำเร็จได้ประสิทธิผล ก็จะไม่ทดลองในระยะที่ 3 เนื่องจากเป็นเทคโนโลยีเดียวกันกับต่างประเทศที่พัฒนาและได้ผล
สำหรับการเก็บข้อมูล ในระยะ1 และระยะ2 จะดูถึงปริมาณวัคซีนว่าคนไทยต้องได้รับกี่โดส ปริมาณเท่าไหร่ ถึงจะมีความปลอดภัย และกระตุ้นภูมิคุ้มกันได้ดี เนื่องจากพันธุกรรมของคนไทยและคนต่างชาติ มีความต่างกัน การใช้วัคซีนแต่ละโดสในการรักษาจึงต่างกันด้วย รวมถึงไทย อยู่ระหว่างเตรียมโรงงานผลิตด้วยเทคโนโลยีmRNA ซึ่งเป็นเทคโนฌลยีใหม่ คาดว่าไทยจะสามารถผลิตวัคซีนโควิด-19 ใช้เองได้ภายในปลายปี 2564
ทั้งนี้ นพ.เกียรติ ยังบอกถึง ข่าว ที่บริษัท modena และไฟเซอร์ประสบความสำเร็จ เบื้องต้นในการพัฒนาวัคซีนที่มีประสิทธิผลถึงร้อยละ 90 และร้อยละ 95 ว่า รู้สึกดีใจและมีความหวังที่ทั้ง2 บริษัท ประสบความสำเร็จเบื้องต้นในการพัฒนาวัคซีน ซึ่งเป็นเทคโนโลยีเดียวกันกับที่จุฬาฯกำลังพัฒนา นั่นคือเทคโนโลยี mRNA
สำหรับความกังวลก่อนหน้านี้เรื่องการกลายพันธุ์ของไวรัสที่อาจทำให้การผลิตวัคซีนไม่สำเร็จ ล่าสุดพบว่า การกลายพันธุ์ไม่ได้ส่งผลให้มีให้เกิดอาการความรุนแรงทางคลินิกมากนัก เพียงแต่ทำให้เกิดการติดต่อกันง่ายขึ้น จึงไม่ส่งผลต่อการพัฒนาวัคซีนให้ต้องแยกสายพันธุ์ แต่ยังคงต้องดูต่อไปว่าการฉีดวัคซีน covid จะให้ผลระยะยาวนานเท่าใดอาจจะต้องฉีดทุกปีหรือไม่ยังต้องรอผลการศึกษา

ข่าวล่าสุด