ที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โครงการประเมินเทคโนโลยีและนโยบายด้านสุขภาพ (HITAP) ได้จัดกิจกรรมทอล์กออนไลน์ โควิดมาราธอน : ห่างกันไว้...แต่ไปด้วยกัน เปิดเวทีการทอล์คในรูปแบบออนไลน์ เพื่อให้ประชาชนได้รับฟังความรู้ แก้ไขความเข้าใจ รวมทั้งตั้งความคาดหวังอย่างถูกต้องเกี่ยวกับโควิด-19 โดยหนึ่งในนั่นคือการเสวนา เรื่อง วัคซีนโควิด-19 ด้วย
นพ. นคร เปรมศรี ผู้อำนวยการสถาบันวัคซีน แห่งชาติ ระบุภายหลังเสวนาถึงความคืบหน้า วัคซีนโควิด-19 ในไทยว่า วัคซีนต้นแบบ mRNA ของจุฬาฯ อาจต้องเลื่อนแผนการทดลองในมนุษย์ ระยะ1จากปลายเดือนมกราคมไปประมาณเดือนมีนาคมหรือ เมษายนปี 2564 เนื่องจากต้องรอโรงงานต่างประเทศในการผลิตวัคซีนต้นแบบmRNA ที่ตอนนี้มีหลายประเทศจ่อคิว เช่นเดียวกัน
โดยวันที่ 26 พ.ย. นี้ ไทยเตรียมเจรจากับทางบริษัทไฟเซอร์ ซึ่งได้ส่งชุดคำถามไปเรียบร้อยแล้ว ซึ่งกรอบการพูดคุยคงเป็นเรื่องการจัดหาซื้อวัคซีนมากกว่า หากประสบความสำเร็จในอนาคต แต่ทั้งนี้ต้องพิจารณาข้อมูลอย่างละเอียดอีกครั้ง ว่าจะสามารถนำวัคซีนมาใช้ในประเทศได้หรือไม่ ซึ่งต้องปลอดภัยต่อคนไทย โดยวัคซีนแต่ละชนิดก็จะมีข้อจำกัด
สำหรับการที่ บริษัท Moderna และบริษัท ไฟเซอร์ ประกาศประสิทธิผลของวัคซีนชนิดmRNA ออกมานั้นแล้วได้ผลดีกว่าร้อยละ95และร้อยละ90 ซึ่งสิ่งที่ต้องดูและติดตาม ต่อคือ ประสิทธิผลของวัคซีนนั้นจะอยู่นานหรือไม่ และมีภูมิคุ้มกันมากน้อยขนาดไหน รวมถึงความปลอดภัย
เบื้องต้นวันนี้มีข่าวดี คณะรัฐมนตรีได้อนุมัติงบประมาณ สำหรับการจองวัคซีนล่วงหน้า กับบริษัท แอสต้า ซิลิก้า ซึ่งให้ทางสถาบันวัคซีนแห่งชาติและกรมควบคุมโรคไปดำเนินการ ซึ่งการจองวัคซีนนั้น ต้องบอกว่า ตอนนี้ทั่วโลกยังไม่มีวัคซีนป้องกันโควิด19 ที่ขึ้นทะเบียน และปลอดภัย ซึ่งการจองวัคซีน ถือว่า มีความเสี่ยง หากวัคซีนที่จองไม่ประสบความสำเร็จ อาจต้องเสียค่าจองล่วงหน้า แต่เมื่อเทียบกับโอกาสการได้รับวัคซีนที่เร็วขึ้นของคยไทย แม้ว่าเสี่ยงแต่ก็คุ้มค่าที่รัฐบาลยอมลงทุน
ขณะที่ประเทศจีน ได้มีการพัฒนาวัคซีนป้องกันโควิด-19อย่างต่อเนื่อง มีการขึ้นทะเบียนเร่งด่วนเพื่อใช้ในประเทศ เช่นเดียวกับประเทศรัสเซีย ที่ยังไม่มีวัคซีนที่ขึ้นทะเบียนเต็มรูปแบบ แต่ก็ ใช้วิธีการขึ้นทะเบียนแบบฉุกเฉิน
ด้าน ศ.นพ.เกียรติ รักษ์รุ่งธรรม ผู้อำนวยการพัฒนาวัคซีนโควิด-19 คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ระบุว่า หลังจากที่พัฒนาวัคซีนชนิดmRNA ในสัตว์ทดลอง ผลปรากฏว่ามีภูมิต้านทานดี จะเริ่มเข้าสู่การเข้าการทดลองในคนระยะที่ 1 ในอาสาสมัคร 72 คน ในช่วงเดือนเมษายนหลังสงกรานต์ เนื่องจากต้องรอโรงงาน ในการผลิตวัคซีนต้นแบบ