3.ปริมาณน้ำมันดิบในสหรัฐฯ มีแนวโน้มปรับตัวลดลงหลัง หลัง S&P Global Platts คาดปริมาณน้ำมันดิบคงคลังมีแนวโน้มปรับลดลงจากโรงกลั่นในสหรัฐฯ ที่มีแนวโน้มเพิ่มกำลังการผลิตขึ้นจากสัปดาห์ก่อนหน้า รวมถึง ปริมาณการนำเข้าน้ำมันดิบของสหรัฐฯ มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นในระดับจำกัด
4.การผลิตและการส่งออกน้ำมันดิบของลิเบียยังคงปรับเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง โดยล่าสุดปริมาณการผลิตน้ำมันดิบเพิ่มขึ้นแตะระดับ 1.2 ล้าน และมีแผนที่จะเพิ่มกำลังการผลิตให้ถึงระดับ 1.3 ล้านบาร์เรลต่อวันในเร็วนี้ หลังจากที่สามารถเปิดดำเนินการแหล่งผลิตและท่าเรือขนส่งน้ำมันดิบหลักในประเทศได้หมดแล้ว
5.การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ทั่วโลกยังคงปรับตัวเพิ่มสูงขึ้นต่อเนื่อง นำโดยสหรัฐฯ และประเทศในกลุ่มยุโรป ส่งผลให้ หลายประเทศ อาทิ อังกฤษ ฝรั่งเศส เยอรมนี และอิตาลี ประกาศใช้มาตรการล็อกดาวน์อีกครั้งในเดือน พ.ย. นี้ เพื่อยกระดับการป้องกันการแพร่ระบาดของไวรัส ส่งผลกดดันให้ความต้องการใช้น้ำมันในช่วงฤดูหนาวมีแนวโน้มปรับลดลง
6.รายงานประจำเดือน พ.ย. 63 ของสำนักงานพลังงานสากล (IEA) ระบุว่าตลาดน้ำมันยังคงเผชิญกับแรงกดดันต่อเนื่องจากการฟื้นตัวของอุปสงค์น้ำมันจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ที่ยังคงสูงขึ้นต่อเนื่อง โดยคาดว่าอุปสงค์น้ำมันจะเริ่มฟื้นตัวขึ้นอย่างมีนัยสำคัญในครึ่งหลังของปี 2564 หลังวัคซีนต้านเชื้อไวรัสโควิด-19 สามารถผลิตและจัดจำหน่ายได้อย่างทั่วถึง ขณะที่ ปริมาณการผลิตน้ำมันดิบในปีหน้าจากผู้ผลิตนอกกลุ่มโอเปกจะปรับตัวเพิ่มขึ้นเพียง 200,000 บาร์เรลต่อวันจากปีนี้ที่ปรับลดลง 1.3 ล้านบาร์เรลต่อวัน