แต่ที่ประมาทไม่ได้ คือผู้สมัครจากทีม "คณะก้าวหน้า" ดร.สาธิต ปิติวรา ผู้สมัครหมาย 1 ที่ครั้งนี้โหนกระแสกลุ่มเยาวชนและนักศึกษาที่มีสิทธิ์เลือกตั้งมากกว่า 6 แสนคน พร้อมชูนโยบายที่สอดคล้องกับคนรุ่นใหม่ โดยเฉพาะการปฏิรูปการศึกษา ส่วนแผนบริหารจัดการงบประมาณปีละ 4 พันล้านบาท จะเน้นเปิดเผยต่อสาธารณชน หรือ Open Goverment โดย ดร.สาธิต ปิติวรา ผู้สมัครจากคณะก้าวหน้า เป็นเมืองที่ก้าวหน้า ทั้งเรื่องการออกแบบการศึกษา ระบบการขนส่งสาธารณะ ระบบการจัดการน้ำ และระบบการจัดการขยะที่ก้าวหน้า เพราะโคราชเป็นได้มากกว่าที่เคยเป็น โดยชูสโลแกน "เปลี่ยนประเทศไทย เริ่มได้ที่โคราช" เป็นนโยบายหลักในการหาเสียง โดยฐานคะแนนเสียงสำคัญจากคนรุ่นใหม่ และเจ้าตัวก็ไม่หวั่นไหวจะถูกคู่แข่งหาเสียงโจมตีกรณีมีแนวคิดล้มล้างสถาบัน นอกจากนี้ ดร.สาธิต จึงมีลุ้นส้มหล่นจากใบแดงของคู่แข่งอีกด้วย
ด้านนายตรีเพชร พรหมนิติพันธุ์ ผู้สมัครหมายเลข 5 เป็นอดีตส.ส. นครราชสีมา ได้ชูนโยบาย โคราชเมืองหลวงอีสาน เมืองกีฬา เมืองการศึกษาและเมืองท่องเที่ยว ใช้กลยุทธเคาะประตูบ้านเข้าถึง พึ่งได้
ทั้งนี้จังหวัดนครราชสีมามีผู้สมัครลงชิงชัยนายก อบจ.ในวันแรกรวม 5 คน ประกอบด้วย หมายเลข 1 ดร.สาธิต ปิติวรา จากคณะก้าวหน้า ,หมายเลข 2 ดร.ยลดา หวังศุภกิจโกศล กลุ่มร่วมสร้างโคราชโฉมใหม่, หมายเลข 3 นายแพทย์สำเริง แหยงกระโทก กลุ่มรักษ์โคราช ,หมายเลข 4 นายวิฑูร ชาติปฏิมาพงษ์ กลุ่มอิสระและหมายเลข 5 นายตรีเพชร พรหมนิติพันธ์ กลุ่มอิสระ โดยจังหวัดนครราชสีมาแบ่งการปกครองออกเป็น 32 อำเภอ มีผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งจำนวนกว่า 2.1 ล้านคน โดยการเลือกตั้งนายก อบจ. 1 คน และ ส.อบจ. 48 คน มีหน่วยเลือกตั้ง 4,660 หน่วย การเลือกตั้งจะมีขึ้นในวันอาทิตย์ที่ 20 ธันวาคม 2563 ซึ่ง กกต.ประจำจังหวัดนครราชสีมาตั้งเป้าไว้ว่า จะมีผู้มาใช้สิทธิ์เลือกตั้งในครั้งนี้ไม่ต่ำกว่าร้อยละ 70 ของผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งทั้งหมดโดยคอการเมืองโคราชฟันธงว่า "เจ๊หน่อย" ดร.ยลดา หวังศุภกิจโกศล มีภาษีดีกว่าคนอื่น ตามมาด้วย"หมอแหยง" นายแพทย์สำเริง แหยงกระโทก และ ดร.สาธิต ปิติวรา จากคณะก้าวหน้า แต่ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับการตัดสินของชาวโคราชว่าจะมอบอำนาจให้ใครเข้าไปบริหาร อบจ.ที่งบประมาณกว่า 4000 ล้านบาท ในวันอาทิตย์ที่ 20 ธันวาคม 2563 นี้ รู้กัน