เนชั่นทีวี

ข่าว

ส่องสนามเลือกตั้ง อบจ.เมืองย่าโม

15 พ.ย. 2563 | pornpan_pet

ส่องสนามเลือกตั้ง อบจ.เมืองย่าโม

การเลือกตั้งนายก และ ส.อบจ.นครราชสีมา ซึ่งถือว่าเป็นจังหวัดใหญ่ มี ส.อบจ.ได้ 48 เขตจาก 32 อำเภอผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งกว่า 2 ล้าน 2 แสนคน แต่ละปีมีงบประมาณบริหารจัดการมากถึงปีละ 4 พันล้านบาท จึงเป็นสนามเลือกตั้งท้องถิ่นที่หลายพรรคการเมืองจับตาต้องการสร้างเป็นฐานเสียงเพื่อเชื่อมต่อสู่สนามเลือกตั้ง ส.ส.ระดับชาติ

 15 พฤศจิกายน 2563 สนามเลือกตั้ง อบจ.โคราชเริ่มเข้มข้นขึ้นมาทันที เมื่อพรรคการเมืองทั้งซีกรัฐบาลและพรรคฝ่ายค้านจับมือกันดัน "เจ๊หน่อย" ดร.ยลดา หวังศุภกิจโกศล หมายเลข 2 ภรรยาของกำนันป้อ" นายวีรศักดิ์ หวังศุภกิจโกศล" รมช.พาณิชย์ และเจ้าของโรงแป้งมันเอี่ยมเฮง ลงชิงชัยเก้าอี้นายก อบจ.นครราชสีมา เพื่อเข้าไปคุมงบประมาณบริหารกว่า 4,000 ล้านบาท โดยแกนนำพรรคภูมิใจไทย นายอนุทิน ชาญวีรกูลและนายวีรศักดิ์ หวังศุภกิจโกศล จับมือกับนายวิรัช รัตนเศรษฐและ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า จากพรรคพลังประชารัฐ, นายประเสริฐ จันทรรวงทอง จากพรรคเพื่อไทย และนายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ จากพรรคชาติพัฒนา ให้การสนับสนุน"เจ๊หน่อย" โดยมีข้อตกลงที่เป็นนัยทางการเมืองซึ่งหลายฝ่ายเชื่อว่าน่าจะเกี่ยวข้องกับเก้าอี้ รองนายก อบจ.และเก้าอี้ ส.อบจ.ที่แต่ละพรรคจจะไม่ส่งผู้สมัครแข่งขันกันเองทำให้คอการเมืองฟันธงว่า "ดร.ยลดา"กลายเป็นตัวเต็งคว้าเก้าอี้นายก อบจ.โคราชขึ้นมาทันทีเพราะมีทั้งพรรคการเมืองระดับประเทศที่มี ส.อบจ.ในสังกัดหลายคนคอยหนุน นอกจากนี้ยังมีกลุ่มเกษตรกรชาวไร่มันสำปะหลังซึ่งเป็นเครือข่ายของโรงงานแป้งมันเอี่ยมเฮงพร้อมเทใจให้ที่สำคัญยี่ห้อ"เอี่ยมเฮง" จะเหนือกว่าผู้สมัครรายอื่นเพราะมีปัจจัยสนับสนุนทุกด้าน โดย"เจ๊หน่อย" ได้เร่งลงพื้นที่พบปะแกนนำและประชาชนโดยมีผู้สมัคร ส.อบจ.ทุกอำเภอคอยสนับสนุนจัดเตรียมประชาชนรอต้อนรับ "เจ๊หน่อย"ชูสโลแกน "ร่วมคิด ร่วมทำ ร่วมตรวจสอบ ร่วมสร้างโคราชโฉมใหม่" เพื่อหวังให้ประชาชนได้เข้ามามีส่วนร่วมพัฒนาและกระตุ้นเศรษฐกิจสังคมของพื้นที่ ผ่าน 3 นโยบายหลัก ได้แก่ 1.นโยบายสร้างคน ที่มุ่งเน้นพัฒนาด้านการศึกษา ด้านสาธารณสุข และสนับสนุนการสร้างตัวด้วยสตาร์ทอัพ 2.นโยบายสร้างเศรษฐกิจ โดยเชื่อมโยงระบบการขนส่งที่มีประสิทธิภาพ ทำให้เกษตรกรมีรายได้เพิ่มขึ้น และส่งเสริมการแข่งขันกีฬา การแข่งขัน E-Sport กับส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ กระตุ้นการท่องเที่ยวด้วยการชวนคนมาเล่นกีฬา ชวนคนมาเที่ยวโคราช เพื่อดึงดูดนักกีฬา และนักท่องเที่ยวเข้ามาในจังหวัดได้ตลอดทั้งปี และ 3.นโยบายสร้างเมืองโคราช เช่น เมืองโอโซนสร้างสุข สาธารณูปโภคสร้างคุณภาพชีวิต สนับสนุนขยะสร้างมูลค่า บูรณาการ 3 พี่น้องท้องถิ่น และสร้างพื้นที่ Co-Working Space เพื่อสร้างโคราชโฉมใหม่
ขณะที่หมอแหยง นายแพทย์สำเริง แหยงกระโทก ผู้สมัครหมายเลข 3 เป็นอดีตนายก อบจ.นครราชสีมา เมื่อ 8 ปีก่อน ซึ่งเป็นคู่แข่งสำคัญชิงเก้าอี้ ซึ่งเพิ่งลาออกจากตำแหน่งผู้ช่วย รมว.สาธารณสุข (นายอนุทิน ชาญวีรกุล) เพราะผิดหวังที่ถูกผู้ใหญ่เททั้งๆ ที่ประกาศจะลงสมัครมานาน แต่เมื่อแกนนำพรรคภูมิใจไทยเปิดไฟเขียวให้นายวีรศักดิ์ หวังศุภกิจโกศล รมช.พาณิชย์ ส่งภรรยาคู่ชีวิต ดร.ยลดา หวังศุภกิจโกศล ลงชิงเก้าอี้นายก อบจ.นครราชสีมา หมอแหยงจึงต้องตัดสินใจลงสมัครอิสระในนามกลุ่มรักษ์โคราช  ซึ่งหมอแหยงเคยดำรงตำแหน่งนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดนครราชสีมา และถือว่าเป็นนายแพทย์ที่ใกล้ชิดและมีบทบาทสนับสนุนงานของ อสม.ทั้ง 32 อำเภอใน จ.นครราชสีมามาตลอด "หมอแหยง" เชื่อว่าตนเองนั่งอยู่ในใจของ อสม.ทั้งจังหวัด นอกจากนี้ หมอแหยง ได้นำผลงานที่เห็นเป็นรูปธรรม เรื่องการดูแลสุขภาพของพี่น้องประชาชนมาเป็นจุดขายในฐานะที่เคยได้รับรางวัลเป็นแพทย์ชนบทดีเด่น และเข้าใจโครงสร้างพื้นฐาน คุณภาพชีวิต และปัญหาท้องถิ่น ซึ่งหัวใจของการพัฒนา อยู่ที่ หมู่บ้าน/ ชุมชนร่วมคิด ร่วมสร้าง ร่วมผลักดัน แสดงศักยภาพให้เป็นหนึ่ง ผ่านสภาประชาชน แก้ปัญหาสภาผู้รับเหมา เพื่อบูรณาการทุกภาคส่วนพัฒนาโคราชบ้านเอง ให้เจริญก้าวหน้าทั้งเศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม การเมือง แก้ไขปัญหาตรงจุด บริหารอย่างมืออาชีพ "รวมพลังคนโคราช ให้โคราชเปลี่ยนแปลง" อีกทั้งหมอแหยง ยังได้ "ผอ.ทอง" นายทอง วิริยะจารุ ประธานสันนิบาตสหกรณ์ออมทรัพย์ครูนครราชสีมา มาให้การสนับสนุนและหมอแหยงเชื่อใจว่า ผอ.ทองฯ จะโน้มน้าวใจกลุ่มครูที่เป็นสมาชิกสหกรณ์ออมทรัพย์ครูนครราชสีมา และกลุ่มครูที่ชอกช้ำหลังถูกนักการเมืองแกนนำพรรครัฐบาลเททิ้งจากกรณี "ทุจริตสนามฟุตซอล" มาเทคะแนนให้อีกทางหนึ่ง ขณะเดียวกันยังมีอดีต ส.ส.นครราชสีมา อย่าง "สมชัย ฉัตรพัฒนศิริ" ประกาศหนุนนโยบาย "สภาประชาชน" คือคำตอบที่โปร่งใส ไม่ใช่เป็นสภาของผู้รับเหมา ของหมอแหยงอย่างเต็มตัว

ขณะที่ผู้สมัครแข่งขันอีก 2 คน คือ นายวิฑูร  ชาติปฏิมาพงษ์   หรือ แก้ว ด๊ะดาด ผู้สมัครกลุ่มอิสระ หมายเลข 4  อดีตนายก อบจ.นครราชสีมา 3 สมัย ได้หาเสียงโดยชูรูปแบบการทำงาน "อบจ. Connect คนโคราช 24 ชม." ใช้เทคโนโลยีเป็นเครื่องมือหลักที่ช่วยกระจายอำนาจและตรวจสอบได้ พร้อมชูนโยบาย 4 เดือนแรก อาทิ สร้างแบรนด์สินค้า เมด อิน โคราช สู่ระดับโลก ,ผลักดันระบบขนส่งมวลชนในเขตเมือง เชื่อมต่อไประหว่างอำเภอ ,เพิ่มพื้นที่สีเขียวทุกอำเภอโดยใช้ บุ่งตาหลั่วโมเดล และจัดตั้ง อาสาสมัครบริบาลผู้สูงอายุและผู้พิการ  จัดหาที่ที่ตากข้าวและโรงอบข้าวประจำหมู่บ้านและตำบล เป็นต้น

 แต่ที่ประมาทไม่ได้ คือผู้สมัครจากทีม "คณะก้าวหน้า" ดร.สาธิต ปิติวรา ผู้สมัครหมาย 1 ที่ครั้งนี้โหนกระแสกลุ่มเยาวชนและนักศึกษาที่มีสิทธิ์เลือกตั้งมากกว่า 6 แสนคน พร้อมชูนโยบายที่สอดคล้องกับคนรุ่นใหม่ โดยเฉพาะการปฏิรูปการศึกษา ส่วนแผนบริหารจัดการงบประมาณปีละ 4 พันล้านบาท จะเน้นเปิดเผยต่อสาธารณชน หรือ Open Goverment โดย ดร.สาธิต ปิติวรา ผู้สมัครจากคณะก้าวหน้า  เป็นเมืองที่ก้าวหน้า ทั้งเรื่องการออกแบบการศึกษา ระบบการขนส่งสาธารณะ ระบบการจัดการน้ำ และระบบการจัดการขยะที่ก้าวหน้า เพราะโคราชเป็นได้มากกว่าที่เคยเป็น โดยชูสโลแกน "เปลี่ยนประเทศไทย เริ่มได้ที่โคราช" เป็นนโยบายหลักในการหาเสียง  โดยฐานคะแนนเสียงสำคัญจากคนรุ่นใหม่ และเจ้าตัวก็ไม่หวั่นไหวจะถูกคู่แข่งหาเสียงโจมตีกรณีมีแนวคิดล้มล้างสถาบัน นอกจากนี้ ดร.สาธิต จึงมีลุ้นส้มหล่นจากใบแดงของคู่แข่งอีกด้วย

ด้านนายตรีเพชร พรหมนิติพันธุ์ ผู้สมัครหมายเลข  5 เป็นอดีตส.ส. นครราชสีมา ได้ชูนโยบาย โคราชเมืองหลวงอีสาน เมืองกีฬา เมืองการศึกษาและเมืองท่องเที่ยว ใช้กลยุทธเคาะประตูบ้านเข้าถึง พึ่งได้

ทั้งนี้จังหวัดนครราชสีมามีผู้สมัครลงชิงชัยนายก อบจ.ในวันแรกรวม 5 คน ประกอบด้วย หมายเลข 1 ดร.สาธิต ปิติวรา จากคณะก้าวหน้า ,หมายเลข 2 ดร.ยลดา หวังศุภกิจโกศล กลุ่มร่วมสร้างโคราชโฉมใหม่, หมายเลข 3 นายแพทย์สำเริง แหยงกระโทก กลุ่มรักษ์โคราช ,หมายเลข 4 นายวิฑูร  ชาติปฏิมาพงษ์ กลุ่มอิสระและหมายเลข 5 นายตรีเพชร พรหมนิติพันธ์ กลุ่มอิสระ  โดยจังหวัดนครราชสีมาแบ่งการปกครองออกเป็น 32 อำเภอ มีผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งจำนวนกว่า 2.1 ล้านคน โดยการเลือกตั้งนายก อบจ. 1 คน และ ส.อบจ. 48 คน  มีหน่วยเลือกตั้ง 4,660 หน่วย  การเลือกตั้งจะมีขึ้นในวันอาทิตย์ที่ 20 ธันวาคม 2563  ซึ่ง กกต.ประจำจังหวัดนครราชสีมาตั้งเป้าไว้ว่า จะมีผู้มาใช้สิทธิ์เลือกตั้งในครั้งนี้ไม่ต่ำกว่าร้อยละ 70 ของผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งทั้งหมดโดยคอการเมืองโคราชฟันธงว่า "เจ๊หน่อย" ดร.ยลดา หวังศุภกิจโกศล มีภาษีดีกว่าคนอื่น ตามมาด้วย"หมอแหยง" นายแพทย์สำเริง แหยงกระโทก และ ดร.สาธิต ปิติวรา จากคณะก้าวหน้า แต่ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับการตัดสินของชาวโคราชว่าจะมอบอำนาจให้ใครเข้าไปบริหาร อบจ.ที่งบประมาณกว่า 4000 ล้านบาท ในวันอาทิตย์ที่ 20 ธันวาคม 2563 นี้ รู้กัน

ข่าวล่าสุด