การสำรวจซึ่งดำเนินการโดยนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยแห่งชาติออสเตรเลีย(ANU) และตีพิมพ์เมื่อวันอังคาร (10พ.ย.) ได้ขอให้ผู้ตอบแบบสอบถามกว่า 3,000คนลงคะแนนระดับความเครียดทางจิตใจตั้งแต่ระดับ 6ถึง 30
การสำรวจพบว่าระดับคะแนนเฉลี่ยของคนอายุ 18-24พุ่งขึ้นจาก 14.6 คะแนน ในเดือนสิงหาคมเป็น 15.7คะแนน ในเดือนตุลาคม ขณะที่ความเครียดของผู้ตอบแบบสอบถามทั้งหมดเพิ่มจาก 11.7มาเป็น 11.8 คะแนน ผู้ตอบแบบสอบถามวัยหนุ่มสาวมากกว่าร้อยละ 72ระบุว่าตนยังมีความรู้สึกวิตกกังวลจากโรคโควิด-19แม้ว่าการระบาดระลอกสองในออสเตรเลียจะทุเลาลงแล้วก็ตาม
นิโคลาส บิดเดิลหนึ่งในผู้ร่วมวิจัยจากศูนย์เพื่อการวิจัยและวิธีการทางสังคม (CSRM) ของมหาวิทยาลัยแห่งชาติออสเตรเลียกล่าวว่าความเครียดทางจิตใจในคนอายุ 18-24 ปี ตอนนี้ "แย่กว่าช่วงก่อนหน้านี้ของปีและแย่กว่าตอนก่อนที่จะมีการระบาดอย่างมาก"
เขากล่าวต่อว่า "หนุ่มสาวออสเตรเลียเป็นหนึ่งในกลุ่มที่รับรู้ได้ถึงความรุนแรงของการกระบาดครั้งนี้เพราะมีหลายพันคนที่ต้องตกงาน มีโอกาสที่ริบหรี่ในภาวะเศรษฐกิจที่ย่ำแย่และตลาดแรงงานที่หดตัวลง เมื่อเอาทั้งหมดนี้มารวมกันกับการกักตัวที่เข้มงวดและความอ้างว้างที่คนกลุ่มนี้ต้องเผชิญ โดยเฉพาะในเมลเบิร์นช่วงล็อกดาวน์ทั้งหมดนี้มันเริ่มส่งผลเสียต่อสุขภาพจิตแล้วจริงๆ"
"น่าเป็นห่วงมากที่สุขภาพจิตของคนหนุ่มสาวออสเตรเลียยังไม่ฟื้นกลับมาเท่าระดับก่อนเกิดโรคโควิด-19สำหรับกลุ่มคนอายุ 18-24 ปี ความเครียดทางจิตใจนั้นแย่ลงถึงร้อยละ 21.3ในเดือนตุลาคม 2020 เมื่อเทียบกับช่วงเดือนกุมภาพันธ์ 2017ซึ่งเป็นช่วงก่อนเกิดการระบาด และอาจจะแย่กว่าช่วงเดือนเมษายน-สิงหาคม 2020เสียด้วย" เขาปิดท้าย
งานวิจัยนี้ตีพิมพ์หลังจากที่แพทริก แมคกอร์รีจิตแพทย์ที่ได้รับรางวัล "คนออสเตรเลียแห่งปี 2010" จากผลงานด้านสุขภาพจิตวัยรุ่นออกมาเตือนเมื่อวันจันทร์ (9 พ.ย.)ว่าออสเตรเลียกำลังเผชิญกับปัญหาสุขภาพจิตอันเกี่ยวข้องกับโรคโควิด-19ระลอกสอง โดยที่ประเทศไม่ได้เตรียมการมาก่อน
แมคกอร์รีเขียนในวารสารการแพทย์ออสเตรเลีย (MedicalJournal of Australia) ว่า "ศักยภาพรองรับผู้ป่วยของระบบสุขภาพจิตออสเตรเลียนั้นไม่พอเพียงต่อความต้องการแม้แต่ช่วงก่อนเกิดโควิด-19 และคาดว่าระบบเดียวกันนี้จะต้องมารองรับความต้องการด้านสุขภาพจิตที่พุ่งสูงขึ้นอีก"