เนชั่นทีวี

ข่าว

ราคา'ปาล์ม'พุ่งต่อเนื่อง หลังโควิด-19 คลี่คลาย

11 พ.ย. 2563 | thitipong_mun

ราคา'ปาล์ม'พุ่งต่อเนื่อง หลังโควิด-19 คลี่คลาย

อัญชนา ตราโช รองเลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร หรือ สศก. ระบุ ขณะนี้ราคาปาล์มน้ำมันและน้ำมันปาล์มมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยราคาปาล์มน้ำมันรับซื้อที่หน้าโรงงานในแหล่งผลิตที่สำคัญ คือ สุราษฎร์ธานี กระบี่ และชุมพร ปรับตัวเพิ่มขึ้นจากกิโลกรัมละ 4.10-5.00 บาท ณ วันที่ 1 ตุลาคม 2563 เพิ่มเป็นกิโลกรัมละ 6.00-7.90 บาท ซึ่งเป็นราคา ณ วันที่ 10 พฤศจิกายน ส่วนราคาน้ำมันปาล์มดิบ ปรับตัวเพิ่มขึ้นจากกิโลกรัมละ 25.00-25.25 บาท เป็นกิโลกรัมละ 39.50 บาท เนื่องจากความต้องการใช้น้ำมันปาล์มปรับเพิ่มสูงขึ้นหลังจากสถานการณ์ โควิด-19 เริ่มคลี่คลาย

ประกอบกับมาตรการของรัฐที่กระตุ้นการใช้น้ำมันปาล์ม โดยการนำน้ำมันปาล์มดิบไปผลิตกระแสไฟฟ้า การส่งเสริมการใช้ไบโอดีเซล รวมทั้งการผลักดันการส่งออกน้ำมันปาล์มเพื่อลดผลผลิตส่วนเกินของผู้ประกอบการ ทำให้ปริมาณความต้องการใช้น้ำมันปาล์มเฉลี่ยเดือนละ 2.4 แสนตัน ประกอบกับผลผลิตปาล์มน้ำมันในช่วงไตรมาสที่ 4 เดือนตุลาคม-ธันวาคม ออกสู่ตลาดน้อย ประมาณ 19% ของผลผลิตทั้งหมด 16.36 ล้านตัน
โดยคิดเป็นน้ำมันปาล์มดิบเดือนตุลาคม 2.1 แสนตัน เดือนพฤศจิกายน 1.8 แสนตัน และธันวาคม 1.6 แสนตัน ส่งผลให้ในช่วงไตรมาสที่ 4 สต็อกน้ำมันปาล์มดิบลดลงเฉลี่ยอยู่ระหว่างเดือนละ 3-8 หมื่นตันและคาดว่าสิ้นปี 2563 สต็อกน้ำมันปาล์มดิบจะปรับลดลงมาอยู่ในระดับที่เหมาะสมเคลื่อนไหวอยู่ระหว่าง 2.8 - 3.2 แสนตัน และ ราคาปาล์มจะพุ่งต่อเนื่องจนถึงไตรมาสแรกปีหน้า 
สำหรับสถานการณ์ราคายางพารา ตามที่ ผู้ซื้อภายในประเทศต้องการเร่งการส่งมอบยางในช่วงที่ปริมาณผลผลิตออกสู่ตลาดน้อย ขณะเดียวกันราคาในตลาดซื้อขายล่วงหน้า ทั้งตลาดญี่ปุ่น และตลาดสิงคโปร์อยู่ในช่วงขาขึ้น มีแรงซื้ออยู่ในระดับสูง ความต้องการถุงมือยางปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างมากจากสถานการณ์ COVID-19 และภาคโรงงานผลิตรถยนต์และชิ้นส่วนรถยนต์เริ่มฟื้นตัว โดยเฉพาะจีนซึ่งได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาล ส่งผลให้เศรษฐกิจของจีนมีการขยายตัว ประกอบกับปัจจัยสนับสนุนจากค่าเงินบาทอ่อนค่าลง อีกทั้งราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกปรับตัวสูงขึ้น ดังนั้นทิศทางของราคาควรปรับเพิ่มขึ้น แต่ปัจจุบันราคายางในประเทศชะลอตัวลง ซึ่งกระทรวงเกษตรและสหกรณ์และกระทรวงพาณิชย์ อยู่ระหว่างกำหนดมาตรการแก้ไข
ด้านณกรณ์ ตรรกวิรพัท ผู้ว่าการการยางแห่งประเทศไทย หรือ กยท. ระบุ ราคายางพาราเริ่มปรับตัวลดลงตั้งแต่วันที่ 28 ตุลาคมที่ผ่านมา จนเริ่มทรงตัวในขณะนี้ เป็นผลจากนักลงทุนต่างประเทศเกิดการเทขายเพื่อเก็งกำไรในตลาดล่วงหน้า อีกทั้งการแพร่ระบาดโควิด-19 ระลอกใหม่ หลายประเทศประกาศล็อกดาวน์อีกครั้ง ส่งผลต่อการส่งออกยางพารา รวมถึงเริ่มเข้าสู่ฤดูผลผลิตเริ่มออกสู่ตลาด 
ล่าสุดเมื่อวันที่ 6 พฤศจิกายน 2563 ราคายางแผ่นรมควันชั้น 3 ปิดตลาดราคาเฉลี่ยที่ 61.48 บาทต่อกิโลกรัม ซึ่งถือว่าอยู่ในช่วงทรงตัวของราคา อย่างไรก็ตามในส่วนนี้รัฐบาลได้สั่งการให้ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ร่วมกับกระทรวงพาณิชย์เข้าดูแล ติดตามเรื่องนี้อย่างใกล้ชิด
อย่างไรก็ตาม โครงการประกันรายได้เกษตรกรชาวสวนยาง เป็นมาตรการหนึ่งของรัฐบาลที่เน้นช่วยเหลือเกษตรกรชาวสวนยางโดยการประกันความเสี่ยงเรื่องรายได้ ซึ่งราคาประกันที่โครงการกำหนดไว้ คือ ยางแผ่นดิบคุณภาพดี ราคา 60 บาทต่อกิโลกรัม  น้ำยางสดราคา 57 บาทต่อกิโลกรัม และยางก้อนถ้วยราคา 23 บาทต่อกิโลกรัม

ข่าวล่าสุด