รองโฆษกคลัง เผยที่ประชุมครม.รับทราบผลดำเนินการ "ชิมช้อปใช้" ที่ดำเนินการระหว่าง ก.ย. 62- ม.ค. 63 พบยอดผู้ใช้สิทธิรวม 11 ล้านคน เกิดยอดใช้จ่ายในระบบ 28,819.9 ล้านบาท สร้างปัจจัยบวกต่อการขยายตัวทางเศรษฐกิจร้อยละ 0.1 - 0.3 กระตุ้นให้เกิดสังคมรูปแบบไร้เงินสด

เกาะติดข่าวสาร >> Nation Online
logoline

"ชิมช้อปใช้"ก.ย.62- ม.ค.63 ยอดใช้จ่ายทั้งระบบ2.8หมื่นล้าน

( แฟ้มภาพ)


11 พฤศจิกายน 2563 นายพรชัย ฐีระเวช ที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิจการเงิน สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ในฐานะรองโฆษก กระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ในการประชุมคณะรัฐมนตรี วันอังคารที่ 10 พฤศจิกายน ที่ประชุมรับทราบผลการดำเนินมาตรการ "ชิมช้อปใช้" ซึ่งดำเนินการในระหว่างวันที่ 27 กันยายน 2562 - 31 มกราคม 2563 โดยมาตรการดังกล่าว ให้สิทธิประโยชน์แก่ประชาชนสัญชาติไทยที่มีอายุ 18 ปี บริบูรณ์ขึ้นไปในวันลงทะเบียน และมีบัตรประจำตัวประชาชนรวมจำนวนไม่เกิน 15 ล้านคน โดยผู้ลงทะเบียนจะได้รับสิทธิประโยชน์จากการใช้จ่ายผ่านg-Wallet แอปพลิเคชัน "เป๋าตัง"กับผู้ประกอบการที่ลงทะเบียนเข้าร่วมมาตรการและติดตั้งแอปพลิเคชัน "ถุงเงิน"






"ชิมช้อปใช้"ก.ย.62- ม.ค.63 ยอดใช้จ่ายทั้งระบบ2.8หมื่นล้าน








มาตรการดังกล่าวมีผู้ได้รับสิทธิจำนวน 14,354,159 คน มีผู้ใช้สิทธิจำนวน 11,802,073 คน และมีร้านค้าที่มีผู้ไปใช้สิทธิจำนวน 103,053 ร้าน มียอดใช้จ่ายผ่าน g-Wallet รวม 28,819.9 ล้านบาท แบ่งเป็น การใช้จ่ายผ่าน g-Wallet ช่องที่ 1 (เงินสนับสนุนจากภาครัฐ 1,000 บาท) จำนวน 11,671.8 ล้านบาท และการใช้จ่ายผ่านg-Wallet ช่องที่ 2 (ประชาชนเติมเงินเพื่อใช้จ่ายและได้รับเงินชดเชยจากภาครัฐร้อยละ 15 หรือ 20 ของยอดใช้จ่ายจริง) จำนวน 17,148.1 ล้านบาท





"ชิมช้อปใช้"ก.ย.62- ม.ค.63 ยอดใช้จ่ายทั้งระบบ2.8หมื่นล้าน





ทั้งนี้ในการประเมินความคุ้มค่าของมาตรการ พบว่า มีการใช้สิทธิทั่วภูมิภาคและทุกจังหวัด โดยมาตรการ"ชิมช้อปใช้"มีผลบวกต่อผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (Gross Domestic Product: GDP) ผ่านตัวทวีคูณ (Multiplier) 3.3 เท่าซึ่งประเมินว่าได้ส่งผลต่อการขยายตัวทางเศรษฐกิจร้อยละ 0.1 - 0.3 และมีผลบวกต่อเศรษฐกิจรายจังหวัดซึ่งสะท้อนได้จากการบริโภคการท่องเที่ยวและผลิตภัณฑ์มวลรวมจังหวัด(Gross Provincial Product: GPP)ในช่วงของการดำเนินมาตรการ



นอกจากนี้สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติได้รายงานGDP ไตรมาส 4 ปี 2562 ไว้อย่างชัดเจนว่า การขยายตัวของเศรษฐกิจอันเนื่องมาจาก การขยายตัวสาขาการขายส่งขายปลีกโรงแรมที่พักและร้านอาหาร ในด้านอุปทานเป็นผลมาจากมาตรการ"ชิมช้อปใช้" และยอดการใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นจากการมีมาตรการ"ชิมช้อปใช้" ส่งผลให้มูลค่าการจัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มสูงกว่าปกติ อย่างมีนัยสำคัญ นอกจากนี้ ยังส่งผลให้เกิดประโยชน์ทางอ้อม คือ ทำให้ประเทศไทยก้าวสู่ สังคมไร้เงินสด (Cashless Society) สร้างทักษะความเข้าใจและการใช้เทคโนโลยีดิจิทัล (Digital Literacy) แก่ประชาชนสร้างฐานข้อมูลขนาดใหญ่ (Big Data) เพื่อใช้วิเคราะห์เชิงลึกและเพิ่มขีดความสามารถของหน่วยงานในการใช้เทคโนโลยีดิจิทัล (Digital Technology) มาช่วยในการดำเนินนโยบายเศรษฐกิจ