ตัวแทนประชาชนที่อาศัยอยู่ในชุมชนหลังหมอชิตเก่าได้เดินทางมาที่ กระทรวงคมนาคมเพื่อยื่นหนังสือถึง นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม และผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร หรือ สนข.เพื่อคัดค้านการย้ายสถานีรับส่งผู้โดยสารของบริษัท ขนส่ง จำกัด(บขส.)กลับมาใช้พื้นที่หมอชิตเก่า ในที่ดินของกรมธนารักษ์ ที่ให้สัมปทานกับบริษัทเอกชนพัฒนาเป็นโครงการคอมเพล็กซ์ศูนย์การค้าโรงแรม และเซอร์วิสอพาร์ทเม้นต์
นางสาววินินท์อร ปรีชาพินิจกุล ในนามผู้แทนชุมชนหลังหมอชิตเก่าเปิดเผยว่า ปัจจุบันไม่มีความจำเป็นและไม่มีความเหมาะสมและไม่มีเหตุผลเพียงพอในการย้ายสถานีรับส่งผู้โดยสาร บขส.กลับมาแออัดยัดเยียดอยู่บริเวณหมอชิตเก่า ตามที่เคยมีการทำแผนไว้ในอดีตว่าจะพัฒนาพื้นที่ดังกล่าวเป็นศูนย์กลางคมนาคมเพราะปัจจุบันสถานการณ์สิ่งแวดล้อมและระบบการคมนาคมขนส่งของกรุงเทพมหานครมีพัฒนาการไปไกลกว่าเดิมมากแล้วโดยสถานี บขส.ที่ตั้งบริเวณถนนกำแพงเพชร 2ในปัจจุบันหรือที่เรียกว่าหมอชิตใหม่หรือหมอชิต 2 นั้นมีความเหมาะสมในการเชื่อมต่อการเดินทางโดยรถขนส่งสาธารณะระหว่างรถบัสโดยสารและระบบรางได้อย่างสมบูรณ์แบบ
ทั้งนี้หากโครงการก่อสร้าง"สถานีกลางบางซื่อ" ซึ่งจะเป็นศูนย์กลางคมนาคมแห่งใหม่ที่รวมระบบขนส่งมวลชนทางรางทั้งรถไฟ รถไฟฟ้า รถไฟทางคู่ รถไฟความเร็วสูงไว้ในที่เดียวกัน ซึ่งจะเปิดให้บริการในปี2564 รวมทั้งโครงการรถไฟฟ้าสายสีแดงที่จะเปิดบริการช่วงปี 2565 โดย"สถานีกลางบางซื่อ"จะเป็นศูนย์กลางในการเชื่อมต่อการเดินทางโดยรถขนส่งสาธารณะรูปแบบอื่นๆอย่างครบวงจร ซึ่งสถานีกลางบางซื่อ ถือเป็นระบบคมนาคมขนส่งสมัยใหม่ที่เกิดขึ้นแล้วและตอนที่คิดจะย้าย บขส.กลับหมอชิตเก่า เพื่อหวังใช้เป็นศูนย์กลางคมนาคมในครั้งนั้นยังไม่มีสถานีกลางบางซื่ออยู่ในแผนดังนั้นสถานการณ์และสิ่งแวดล้อมขณะนี้ เปลี่ยนไปจากอดีตมากแล้ว
โดยหากสถานี บขส.ยังอยู่ในพื้นที่หมอชิต 2ปัจจุบัน ซึ่งอยู่ใกล้เคียงและมีความเชื่อมต่อกับ "สถานีกลางบางซื่อ"มากกว่า จะเป็นการอำนวยความสะดวก ต่อการเดินทางของประชาชนมากกว่าเพราะสามารถเชื่อมต่อการเดินทางระหว่างรถโดยสาร และระบบราง คือสถานีกลางบางซื่อและรถไฟฟ้าสายสีแดง ได้อย่างสมบูรณ์แบบและเหมาะสมที่สุด
นอกจากนี้ ก่อนหน้านี้ ผู้บริหารกระทรวงคมนาคมยังเคยออกมาระบุว่า "พื้นที่สถานีขนส่งหมอชิต 2นี้สามารถพัฒนาเป็นศูนย์กลางระบบรถโดยสารสาธารณะหรือ Bus TransportationHub ได้หลัง "สถานีกลางบางซื่อ"และรถไฟฟ้าสายสีแดงเปิดให้บริการเพราะจะมีการเชื่อมต่อกับอู่รถเมล์ขององค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ หรือขสมก.ที่อยู่ด้านข้าง และสถานีรถตู้ถนนกำแพงเพชร (อยู่ฝั่งตรงข้ามสถานีหมอชิต 2)และการเดินทางเชื่้อมต่อไปยังสถานีกลางบางซื่อจะทำได้สะดวกและใช้เวลาไม่นานโดยคมนาคมมีแผนให้ ขสมก.จัดรถวิ่งวนหมุนเวียนเพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่ผู้โดยสารที่จะเดินทางเชื่อมต่อระหว่างระบบรางจากสถานีกลางบางซื่อมาที่สถานีขนส่งหมอชิต2 เชื่อว่าประชาชนผู้ใช้บริการระบบขนส่งสาธารณะจะได้ประโยชน์สูงสุด
ปัจจุบันสถานีขนส่งหมอชิต 2ที่ตั้งอยู่บนถนนกำแพงเพชรเป็นทำเลและพื้นที่ที่มีความเหมาะสมกับการต่อเชื่อมการเดินทางในทุกด้านซึ่งจะช่วยลดปัญหาการจราจรติดขัด เพิ่มความสะดวก และประหยัดเวลาในการเดินทางได้อย่างมากโดยไม่จำเป็นต้องย้ายสถานีเข้ามากระจุกตัวบนพื้นที่หมอชิตเก่า ซึ่งจะสร้างความแออัดและสร้างปัญหาการจราจรเพิ่มขึ้นให้กับพื้นที่โดยรอบบริเวณนี้ที่ปัจจุบันประสบปัญหาการจราจรติดขัดอย่างหนักอยู่แล้วในช่วงเวลาปกติและชั่วโมงเร่งด่วน ทั้งในช่วงเช้าและช่วงเย็น และหากเป็นช่วงเทศกาลที่มีวันหยุดยาวก็จะต้องมีประชาชนเดินทางเข้าเมืองมาจากทุกสารทิศทั่วกรุงเทพฯ และปริมณฑลเพื่อมาใช้บริการ รถโดยสารบขส.เดินทางออกไปต่างจังหวัดสร้างความแออัดให้กับการจราจรบริเวณโดยรอบหมอชิตเก่ายิ่งขึ้นไปอีกนอกจากนี้ยังจะสร้างมลพิษและเพิ่มปัญหาสิ่งแวดล้อมให้กับพื้นที่โดยรอบและบริเวณใกล้เคียงทั้งในระหว่างการก่อสร้าง และในช่วงที่ประชาชนจำเป็นต้องเดินทางเข้ามาใช้บริการจึงไม่มีความจำเป็นที่จะย้ายสถานี รับส่งผู้โดยสาร บขส.กลับมาที่หมอชิตเก่าเพื่อสร้างปัญหาใหม่ให้เกิดขึ้นเพิ่มอีก
นางสาววินินท์อร ยังกล่าวว่าก่อนหน้านี้ เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ชาวบ้านหลังหมอชิตเก่าได้ยื่นหนังสือ ถึงผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครเพื่อคัดค้านการเวนคืนที่ดินชาวบ้านบริเวณหลังหมอชิตเก่ายาวออกไปถึงริมถนนวิภาวดีรังสิตเพื่อสร้างทางยกระดับหรือถนนลอยฟ้าออกจากโครงการคอมเพล็กซ์ของเอกชน ที่สถานีบขส.จะย้ายเข้ามาอยู่ในโครงการดังกล่าว เพราะจะต้องมีการใช้งบประมาณของรัฐบาลที่มาจากภาษีประชาชนมาจ่ายค่าเวนคืนที่ดินและก่อสร้างถนนลอยฟ้าโดยอ้างว่าเพื่อใช้เป็นทางเข้า-ออกให้กับ รถ บขส.เพราะถือเป็นบริการสาธารณะ
ทั้งที่จริงแล้วการเวนคืนที่ดินเพื่อสร้างถนนลอยฟ้าเพื่อเป็นทางเข้า-ออกในโครงการนี้จะเป็นการเอื้อประโยชน์ให้กับเอกชนผู้ได้รับสัมปทานสร้างคอมเพล็กซ์หรือโครงการมิกซ์ยูสมากกว่าเพราะโครงการพัฒนาที่ดินโดยสร้างเป็นคอมเพล็กซ์บนที่ดินของกรมธนารักษ์บริเวณหมอชิตเก่านี้จะมีการใช้พื้นที่เพื่อการพาณิชย์มากกว่า 85% ของพื้นที่ทั้งหมดคือเป็นศูนย์การค้า โรงแรม ศูนย์ประชุม เซอร์วิสอพาร์ทเม้นต์ อาคารเช่าจอดรถ เป็นต้น ขณะที่สถานีรับส่งผู้โดยสารและบขส.หรือภาครัฐจะได้ใช้ประโยชน์ในพื้นที่เพียง 15% เท่านั้นดังนั้นจึงเป็นการเวนคืนที่ดินชาวบ้านที่อาจขัดต่อหลักการพระราชบัญญัติว่าด้วยการเวนคืนและการให้รัฐได้มาซึ่งอสังหาริมทรัพย์พ.ศ.2562 ที่ระบุไว้อย่างชัดเจนว่า ต้องเป็นการเวนคืนเพื่อการเป็นสาธารณูปโภคการป้องกันประเทศ หรือเพื่อประโยชน์สาธารณะอย่างอื่นซึ่งอาจขัดต่อเจตนารมณ์ของกฎหมายนี้
"เราไม่ได้คัดค้านโครงการคอมเพล็กช์ที่จะเกิดขึ้นบนพื้นที่หมอชิตเก่าแต่เราคัดค้านการย้ายสถานีรับส่งผู้โดยสาร บขส.กลับมาที่หมอชิตเก่าและคัดค้านการใช้งบประมาณจากเงินภาษีของประชาชนมาเวนคืนที่ดินและสร้างถนนลอยฟ้า ที่เอื้อประโยชน์ให้เอกชนมากกว่าเพื่อประโยชน์สาธารณะของรัฐและของประชาชนและเรายังสงสัยถึงความพยายามที่จะผลักดันให้มีการย้ายสถานีบขส.กลับมาที่หมอชิตเก่าว่าเพื่อนำมาใช้เป็นข้ออ้างหรือเป็นเหตุผลสนับสนุนการเวนคืนที่ดินและสร้างถนนลอยฟ้าหรือไม่ เพราะหากไม่ย้ายสถานี บขส.กลับมาเหตุผลหรือข้ออ้างในการสร้างถนน เพื่อใช้เป็นทางออกให้รถโดยสารบขส.ก็จะไม่เกิดขึ้น หรือไม่มีความจำเป็นจึงอาจมีขั้นตอนหรือการดำเนินการที่ไม่ถูกต้องเราในฐานะชาวบ้านที่ได้รับความเดือดร้อนจึงมาร้องคัดค้านและขอความเป็นธรรมจากกระทรวงคมนาคมและสนข. ในฐานะผู้กำกับดูแลวางแผนระบบการคมนาคมของประเทศทั้งหมด"นางสาววินินท์อรกล่าว
ตัวแทนชุมชนหลังหมอชิตยังกล่าวด้วยว่า หากรัฐบาลจะต้องนำงบประมาณจากเงินภาษีประชาชนมาใช้ทั้งเวนคืนและก่อสร้างถนนลอยฟ้า รวมๆแล้วไม่น่าจะต่ำกว่า 2,000 ล้านหากจะย้ายกลับมาหมอชิต ควรเอาเงินให้ บขส.ไปซื้อที่ดิน ย้ายไปสร้างสถานีออกนอกเมืองดีกว่าที่จะให้เข้ามากระจุกตัวอยู่กลางใจเมืองเช่นนี้ซึ่งเป็นหลักการกระจายความเจริญและความแออัดขยายออกไปนอกเมือง ที่ทั่วโลกเขาทำกันในปัจจุบันและอนาคตรถไฟฟ้าวิ่งยาวออกไปนอกเมือง รอบกรุงเทพฯ และปริมณฑลเพื่ออำนวยความสะดวกในการเดินทางให้ประชาชนให้ประชาชนอยู่แล้วเหตุใดต้องให้ประชาชนที่จะเดินทางออกต่างจังหวัดโดยรถบัสบขส.ต้องเดินทางเข้าเมืองมานั่งรถ บขส.ที่หมอชิตอีกซึ่งก่อนหน้านี้ก็เคยมีแผนที่จะให้บขส.ออกไปซื้อที่ทำสถานีนอกเมืองแต่กลับถูกยกเลิกโครงการไป
นอกจากนี้ทางชุมชนหลังหมอชิตจะไปยื่นหนังสือคัดค้านต่อกรมธนารักษ์และกระทรวงการคลังในฐานะเจ้าของโครงการสัมปทาน รวมทั้งในวันศุกร์ที่ 13พฤศจิกายนนี้ชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบจะเข้ายื่นฟ้องร้องต่อศาลปกครองเพื่อขอศาลคุ้มครองระงับการออกพ.ร.บ.เวนคืนพื้นที่ซึ่งจะทำให้ประชาชนได้รับผลกระทบต่อไปด้วย