ปัญหาตำรวจตั้งด่านทั้งในพื้นที่กรุงเทพฯ และบนทางหลวง ที่ผ่านมามักสร้างความไม่พอใจให้กับประชาชนผู้ใช้รถใช้ถนน เนื่องด้วยวิธีการสื่อสาร การปฎิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจ
ล่าสุด วันนี้(9 พฤศจิกายน 2563) ที่กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง(บชก.ก.) เมืองทองธานี พล.ต.ท.ต่อศักดิ์ สุขวิมล ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (ผบช.ก.) กล่าวภายหลังการหารือการทำงานในรอบสัปดาห์กับ รองผบช.ก. และ ผบก. ในสังกัด ยอมรับว่า ขณะนี้จุดอ่อนของตำรวจ บช.ก. คือ ตำรวจทางหลวง เพราะต้องตั้งด่านและสัมผัสประชาชนทำให้ชาวบ้านไม่พอใจ มีการเขียนใบสั่งหน้าตู้บริการหรือจุดบริการทางหลวง ต่างกับหน่วยงานอื่นๆที่สร้างผลงานการจับกุมช่วยเหลือพี่น้องประชาชน ตนเป็นจุดแข็งเพราะออกไปช่วยเหลือพี่น้องประชาชน จึงมาคิดว่าจะทำอย่างไรกับตำรวจทางหลวง ที่ผ่านมาตนได้เรียก พล.ต.ต.เอกราช ลิ้มสังกาศ ผู้บังคับการตำรวจทางหลวง คนใหม่ที่เพิ่งรับตำแหน่งเข้ามาเพื่อให้ไปคิดค้นทางแก้ไข
ในเบื้องต้นให้ไปแก้ไขจุดบริการทางหลวงหรือจุดที่ตั้งด่านจะไม่ต้องมีการปรับเงินสดอีกต่อไปเพื่อไม่ให้มีการยัดเงินให้กับตำรวจ แต่ให้ออกใบสั่งเพียงอย่างเดียว โดยไม่ให้ปรับที่บริเวณนั้น เพราะเสี่ยงต่อการเรียกรับเงินหรือเป็นเหยื่อในสื่อโซเชี่ยนมีเดียที่อาจจะถ่ายคลิปไปอ้างว่าตำรวจเรียกรับเงินได้ จากนี้ไปจุดออกใบสั่งกับจุดปรับจะอยู่ห่างกันออกไปราว 2 กิโลเมตร โดยให้ตั้งเขตถนนให้ชัดเจน มีกรวยชัดเจน แล้วจุดตั้งนั้นก็จะเป็นจุดปรับที่เราจัดตั้งไว้เรียบร้อยแล้ว ติดตั้งกล้องวงจรปิดอย่างน้อย 3 ตัว
"เมื่อชาวบ้านที่ถือใบสั่งเข้ามาก็เข้าสู่กระบวนการตรวจสอบประวัติตามระบบหมายจับ จากนั้นให้ตำรวจอธิบายข้อหาที่กระทำความผิด เช่น ขับรถเร็ว เปลี่ยนช่องทาง ฝ่าฝืนเครื่องหมาย หรือข้อหาอื่นๆ จากนั้นหากเป็นการกระทำความผิดครั้งแรกก็ให้ว่ากล่าวตักเตือน พร้อมกับเก็บเรคคอร์ดข้อมูลไว้ โดยยังไม่ปรับ แต่หากพบว่าเป็นการผิดซ้ำครั้งที่สองถึงจะดำเนินการจับกุม ขณะนี้ผู้การฯตำรวจทางหลวงกำลังไปคิดในรายละเอียดและวิธีการที่ประชาชนจะได้รับการอำนวยความสะดวกอย่างดีที่สุด " พล.ต.ท.ต่อศักดิ์ กล่าว และบอกว่า
ข้อมูลที่บันทึกไว้นั้นจะเป็นข้อมูลที่ออนไลน์ทั่วประเทศเพื่อวิเคราะห์พฤติกรรมในการขับขี่ของผู้กระทำความผิดได้ด้วย โดยเน้นว่ากล่าวตักเตือนหากทำผิดครั้งแรก ไม่ใช่ตั้งใจจะเอาค่าปรับเพียงอย่างเดียวเท่านั้น