ขุดคันอ่างเก็บน้ำเจอหัวจรวดอาร์พีจี 27 ลูก
08 พ.ย. 2563 | kavintra_chi

ชาวบ้านตื่นแจ้งหน่วย EOD ตรวจสอบหลังรถแบคโฮขุดดินซ่อมคันอ่าง พบหัวจรวดอาร์พีจียังใช้การได้และชำรุด 27 ลูก คาดยังมีอยู่ใต้ดินอีกจำนวนมาก เตรียมตรวจสอบ
ข่าว
08 พ.ย. 2563 | kavintra_chi

ชาวบ้านตื่นแจ้งหน่วย EOD ตรวจสอบหลังรถแบคโฮขุดดินซ่อมคันอ่าง พบหัวจรวดอาร์พีจียังใช้การได้และชำรุด 27 ลูก คาดยังมีอยู่ใต้ดินอีกจำนวนมาก เตรียมตรวจสอบ
องค์การบริหารตำบลตาเมียง ต.ตาเมียง อ.พนมดงรัก จ.สุรินทร์ ได้ว่าจ้างรถแบคโฮขุดดินเพื่อถมคันอ่างน้ำหนองคันนา ที่หมู่บ้านโนนมะยาง ม.6 หลังจากคันอ่างขาดจากภาวะน้ำล้น จึงได้มีว่าจ้างรถขุดดินถมคันอ่างใหม่ระหว่างที่นายสุพล ทองมาก คนขับรถแบคโฮ ขุดดินเกลี่ยแหวกพุ่มไม้ตามแนวคันอ่างเพื่อขุดดิน ความลึก 20-50 เซนติเมตร มือตักรถแบคโฮได้ตักหัวจรวดอาร์พีจีติดมาด้วยโดยไม่รู้ตัวว่ามีหัวจรวดขึ้นมา กระทั่งมีชาวบ้านที่มาดูการขุดดินตะโกนบอก นายสุพล คนขับรถแบคโฮจึงรีบลงจากรถมาดู พบว่าหัวจรวดอาร์พีจีที่ขุดพบ 10 ลูก จึงได้ถอยรถออกจากพื้นที่ พร้อมโทรศัพท์แจ้งผู้รับเหมาและนายช่างอบต.ที่ควบคุมดูแลงานซ่อมคันอ่าง พร้อมประสานงานทางอำเภอเพื่อเข้ามาตรวจสอบและแจ้งไปยังหน่วย EOD เพื่อที่จะเข้ามาตรวจสอบ
นายไศล หวังมี ผู้ใหญ่บ้าน บ้านโนนมะยาง ม.6 ต.ตาเมียง อ.พนมดงรัก จ.สุรินทร์ กล่าวว่า อ่างเก็บน้ำแห่งนี้ เป็นอ่างเก็บน้ำเก่าแก่ก่อสร้างมานาน ใช้ประโยชน์ทางการเกษตรและแหล่งน้ำให้สัตว์เลี้ยง โค กระบือ ได้ลงกินน้ำ ห่างจากหมู่บ้านออกมาทางชายแดนไทย-กัมพูชา ประมาน 2 กิโลเมตร เมื่อช่วงฤดูฝนที่มีพายุที่ผ่านมาทำให้น้ำในอ่างมีปริมานมากและล้นขอบอ่าง จนไหลเซาะให้คันอ่างพัง ทางองค์การบริหารตำบลจึงได้จัดสรรงบประมานและสรรหาผู้รับเหมามาทำการซ่อมแซมคันอ่าง จนได้มีการขุดพบเจอหัวจรวดอาร์พีจี
นายสุทิน สาคเรศน์ เจ้าหน้าที่จาก ร้อย อส.อ.พนมดงรักที่16 เล่าว่า หลังจากที่รับแจ้งจึงลงพื้นที่ตรวจสอบเบื้องต้น ปรากฏว่าพบหัวจรวดอาร์พีจีที่รถแบคโฮขุดพบ 27 ลูก บางลูกมีอักษรภาษาจีนพิมพ์ติดอยู่ที่ปลอกหุ้มหัวจรวด มีทั้งสภาพที่ใช้การได้และเสื่อมสภาพไปแล้ว คาดว่า บริเวณหลุมที่รถแบคโฮขุดเจออาจจะมีหัวจรวดอาร์พีจีที่ยังลงเหลือใต้ดินอีก และได้เล่าให้ฟังว่าเดิมตนเคยปฏิบัติหน้าที่ อส.เมื่อปีพศ.2528-2545 ช่วงนั้นเป็นช่วงที่ประเทศกัมพูชามีการรบภายในประเทศและได้มีทหารชาวกัมพูชาไม่ทราบฝ่ายได้หลบเข้ามาล้ำฝั่งแดนไทยและแอบตั้งกองกำลังอยู่ฝั่งประเทศไทยบางจุดตามแนวตะเข็บชายแดนฝั่งประเทศไทย ต่อจากนั้นทางการไทยได้ผลักดันทหารกัมพูชาให้ออกจากพื้นที่เขตแดนไทยและจากเหตุการณ์ในครั้งนั้นอาจทำให้ทหารกัมพูชาต้องฝังหัวจรวดอาร์พีจีทิ้งไว้แล้วถอนกำลังออกไป อย่างไรก็ตามขณะนี้ ได้ทำการล้อมแนวเขตกั้นพื้นที่ไว้ เพื่อรอหน่วยเก็บกู้วัตถุระเบิดเข้ามาตรวจสอบเพื่อทำ การเก็บกู้และนำไปทำลายต่อไป