ด้านนายวีระพันธ์ ดีอ่อน รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวว่า จังหวัดเชียงใหม่เป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจ การพาณิชย์และอุตสาหกรรมของภาคเหนือตอนบน และเขตอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง มีความพร้อมด้านเส้นทางการขนส่งและคมนาคม ที่เชื่อมต่อพื้นที่ต่างๆ ในอาเซียนทำให้ผลิตภัณฑ์มวลรวมของจังหวัดเชียงใหม่ มีมูลค่าสูงถึง 247,831 ล้านบาท ประชากรมีรายได้เฉลี่ยต่อหัว 137,316 บาท ต่อคนต่อปี สูงกว่ารายได้เฉลี่ยของประชากรในภาคเหนือ ที่มีรายได้อยู่ที่ 110,897 บาท
ด้านเศรษฐกิจการเงินในปี 2563 จังหวัดเชียงใหม่ มีจำนวนสาขาธนาคารพาณิชย์ 204 แห่ง มียอดสินเชื่อ 203,184 ล้านบาท สามารถระดมเงินฝากได้ถึง 275,956 ล้านบาท สูงสุดในกลุ่มจังหวัดภาคเหนือ นอกจากนั้นจังหวัดเชียงใหม่ ยังเป็นศูนย์กลางด้านการท่องเที่ยวที่มีความหลากหลาย โดยเฉพาะการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมและเชิงสุขภาพ ซึ่งแม้ว่าการท่องเที่ยวในปีนี้ จะได้รับผลกระทบการการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 แต่เริ่มที่จะมีแนวโน้มฟื้นตัวไปในทิศทางที่ดีขึ้น โดยทางภาครัฐได้มีมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจด้านการท่องเที่ยว คาดว่าจะช่วยสนับสนุนการท่องเที่ยวของไทยให้กลับฟื้นตัวได้
ขณะที่จังหวัดเชียงใหม่ ได้เตรียมความพร้อมด้านมาตรการการเปิดรับนักท่องเที่ยวต่างประเทศในการจัดเตรียมที่พักแบบ Alternative Local Quarantine สำหรับนักท่องเที่ยวแบบจำกัดจำนวน โดยพร้อมที่จะรับเที่ยวบินระหว่างประเทศวันละ 2 เที่ยว หรือไม่เกินวันละ 400 คน ซึ่งจะต้องเป็นการดำเนินการอย่างรอบคอบ ไม่ส่งผลกระทบต่อมาตรการด้านสาธารณสุข
ทั้งนี้ได้ประสานความร่วมมือกับภาคธุรกิจที่เกี่ยวข้อง เพื่อพัฒนาให้เชียงใหม่เป็นเมืองศูนย์กลางการค้าการลงทุนและการคมนาคมขนส่ง รวมทั้งเป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวและบริการ ซึ่งการจัดงานมหกรรมการเงินเชียงใหม่ จะเป็นส่วนหนึ่งที่จะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจของภาคเหนือให้กลับมาฟื้นตัวได้