อานนท์ออกมาก็พูดว่าเขาจะไม่ลดเพดานการชุมนุม คิดยังไง?
ยิ่งชีพ : "เป็นกังวล จริงๆ เป็นกังวลมานานแล้ว ก็อยากเรียนให้เข้าใจว่าส่วนตัวผมไม่ได้เห็นด้วยกับการชุมนุมทั้งรูปแบบและเนื้อหาทั้งหมด แต่เห็นด้วยบางส่วน และคิดว่าเป็นเสรีภาพที่เขาสามารถทำได้ แต่ก่อนหน้านี้พอมีการปราศรัยสถาบันพระมหากษ้ตริย์เยอะ ผู้ปราศรัยหลายคนเรียนตรงๆ ว่าไม่ได้สุภาพเรียบร้อย ใช้หลักการข้อเท็จจริงเท่าไหร่นัก มันก็ทำให้ฝ่ายที่ไม่เห็นด้วยไม่สบายใจ และเกิดการชุมนุมต่อต้าน เกิดกลุ่มเสื้อเหลืองขึ้นมา มีการปะทะกัน ใช้ความรุนแรงกันในหลายพื้นที่ เห็นแล้วก็ไม่สบายใจ กังวลไปด้วย"
"ส่วนตัวรู้จักอานนท์ เพนกวิน แต่หลังไมค์ไม่ได้คุยกันอะไร แต่เท่าที่คุยกับคุณเพนกวินหน้าไมค์ เขาอธิบายเรื่องนี้ซึ่งผมเห็นด้วย คือว่าก่อนหน้านี้ที่เขาไม่ได้ปราศรัยเกี่ยวกับสถาบันพระมหากษัตริย์เลย กลายเป็นว่าคนที่เข้าร่วม ใจเขาไปถึงเรื่องนั้น และเขาชูป้ายและพูดเองข้างล่างเวที คนเข้าร่วมก็ถูกจับกุมดำเนินคดี แต่คนอยู่บนเวทีรอด เขาก็รู้สึกว่าเขาต้องรับผิดชอบ เขาจึงต้องเอาสิ่งที่คนอยากจะพูดขึ้นมาพูดบนเวที อันนี้ผมเห็นด้วย"
คุณไพบูลย์ว่าไง อานนท์บอกว่าไม่ลดเพดานแน่นอน?
ไพบูลย์ : "ก็เรื่องของเขา ถ้าไม่ลดก็ต้องเลิก ไม่ต้องลด เขาทำผิดกฎหมายรุนแรง และเป็นประเด็นทำร้ายความรู้สึกความศรัทธาของประชาชนส่วนใหญ่ประเทศด้วย ที่เขาจงรักภักดีสถาบัน มีทั้ง 3 มิตินะ เรื่องเกี่ยวกับสถาบัน มีทั้งเรื่องกฎหมายที่คุ้มครอง และในมิติจารีตประเพณี ที่ยาวนานมาก สามเป็นเรื่องความศรัทธา ความเชื่อบุคคลจำนวนมาก เมื่อมีความเชื่อด้วย ไปพูดทำลายความเชื่อความศรัทธาเขา เขาไม่ทำกันทางการเมือง"
บางคนโพสต์ในเฟซบุ๊กมีการ์ตูนด้วย ม็อบจับ-ติด-ปล่อย มองยังไง?
ไพบูลย์ : "ก็เป็นไปตามกฎหมาย มีกลไกตร.จับ ไปส่งศาล ศาลก็เป็นดุลยพินิจของศาล บางครั้งก็รับฝากขัง บางครั้งก็ไม่รับฝากขัง เป็นกระบวนการ แต่ถ้าเข้าไปติดหมดเลย ผมก็ว่าไม่ถูกต้อง หรือปล่อยหมดก็ไม่ถูกต้อง ติดๆ ปล่อยๆ แบบนี้แหละบรรยากาศดี (หัวเราะ) แต่คนโดนไม่ดี นี่แหละลักษณะสังคมไทย อย่าเอาถึงขนาดไม่ผิดเลย หรือผิดลูกเดียวก็ไม่ถูก"
น้องยิ่งชีพมองยังไง?
ยิ่งชีพ : "พอปล่อยแล้วบรรยากาศมันดี ทีนี้จะไม่จับเลยก็ปล่อยจนเกินไป การจับเป็นกระบวนการปราม สร้างความหวาดกลัวให้คนที่รู้สึกว่าถ้าจะขึ้นเวทีไปพูดแบบอานนท์แบบรุ้ง สุดท้ายต้องเข้าคุกนะ แต่ถ้าจะเอาไว้ในเรือนจำนานเกินไป เดี๋ยวคนก็จะโกรธ จะเศร้า ดราม่า กระแสสังคม ก็จะไม่อยู่ฝั่งรัฐบาล แต่เรียนว่ามีปัญหาอยู่บ้างในกระบวนการ เช่นตามจับตามหมายจับที่สิ้นผลไปแล้ว หลักการคือพอเราทำผิด ไม่ไปรายงานตัว ออกหมายจับได้ เมื่อตร.ได้แจ้งขอกล่าวหา หมายจับก็สิ้นผลไป แต่พอผู้ต้องหาติดคุก พิมพ์ลายนิ้วมือแล้ว พอจะปล่อยตัวก็ไปเอาตัวอีกและอ้างหมายจับอันเดิม อันนี้เป็นกระบวนการที่ผิด รวมถึงว่าการตั้งข้อหาที่ร้ายแรงเกินความเป็นจริง เช่นมาตรา 110 มาตรา 116 แล้วการคัดค้านประกันตัวซึ่งไม่จำเป็น เพราะเรารู้อยู่แล้วว่าคนพวกนี้เขาไม่ได้หนี เพราะเขาออกมาก็ขึ้นเวทีอีกแน่นอน เขาก็ดำเนินต่อเนื่องไป แต่กฎหมายไม่ได้บอกว่าการที่เขาชุมนุมอยู่จะขังได้ กฎหมายบอกว่จะขังได้ก็ต่อเมื่อเขาหลบหนี แล้วไปคัดค้านการประกันตัวให้เขาต้องขัง โดยที่เขาไม่ได้คิดจะหลบหนี อันนี้คือกระบวนการที่ผิด"