ต้องยอมรับว่า การนัดชุมนุมของกลุ่มปลดแอก ในนามคณะราษฎร 2563 และกลุ่มเครือข่าย ในระยะ 1-2 สัปดาห์หลังมานี้ มีจำนวนมวลชนลดน้อยลงอย่างเห็นได้ชัด ยกเว้นอีเวนท์ใหญ่จริงๆ อย่างการบุกยื่นหนังสือที่สถานทูตเยอรมัน แต่ความหนาแน่นก็ยังไม่เท่าช่วงพีคหลังวันชุมนุมใหญ่ 14 ตุลาคมอยู่ดี
ผู้เชี่ยวชาญด้านความมั่นคง และหน่วยงานด้านการข่าวของรัฐบาลได้วิเคราะห์ทิศทางการชุมนุมในระยะที่ผ่านมา ได้ข้อสรุปว่า สาเหตุที่มวลชนเริ่มเข้าร่วมน้อยลง มีเหตุปัจจัยหลายประการ เช่น
1. คนรุ่นใหม่หายเห่อ โดยเฉพาะกลุ่มนักเรียน-นักศึกษากลุ่มที่ตามแห่ไปกับเพื่อน หรือต้องการไปถ่ายรูปเซลฟี่ เพราะกิจกรรมเริ่มซ้ำเดิม
2. เฉพาะกลุ่มนักเรียน ช่วงที่ผ่านมาเป็นช่วงใกล้สอบกลางภาค และใกล้ปิดเทอม เด็กๆ จึงต้องให้ความสำคัญกับการเรียนในห้องเรียนก่อน หลังจากนี้ต้องรอดูช่วงปิดเทอมอีกครั้งว่า เมื่อเด็กว่าง ไม่ได้ไปโรงเรียน จะมีผู้ชุมนุมเพิ่มมากขึ้นหรือไม่ หากไม่เพิ่มขึ้นก็อาจเป็นเพราะเหตุผลในข้อ 1
3. ช่วงที่ผ่านมาแกนนำหลักถูกจับกุม และไม่ได้ประกันตัวเกือบทั้งหมด ทำให้การขับเคลื่อนการชุมนุมไม่เป็นเอกภาพ แม้จะมีผู้บงการระดับยุทธศาสตร์คอยกดปุ่มสร้างแคมเปญ แต่เมื่อไม่มีแกนนำระดับ "แม่เหล็ก" เดินสายปราศรัยเพื่อดึงดูดมวลชน ก็ทำให้มวลชนบางส่วนเลือกไม่เดินทางไปร่วมชุมนุม
4. การจัดชุมนุมแบบไม่มีแกนนำตัวจริง หลายเวทีไม่ดึงดูดมากพอ ปราศรัยเรื่องซ้ำๆ เดิมๆ ทำให้มวลชนเกิดความเบื่อหน่าย โดยเฉพาะนักเรียน นักศึกษา และคนรุ่นใหม่ที่มีพฤติกรรมเบื่อง่าย แสวงหาสิ่งใหม่ๆ อยู่ตลอดเวลา