svasdssvasds
เนชั่นทีวี

ข่าว

“จ.ส.ต.” ร้องสอบ “รองอัยการจังหวัด” ลอบค้นประวัติทะเบียนราษฎร

23 ก.พ. 2569

“จ.ส.ต.” ร้องสอบพฤติกรรม “รองอัยการจังหวัด” ใช้บุคคลอื่นสืบค้นข้อมูลทะเบียนราษฎร และ ประวัติอาชญากรโดยมิชอบ

23 กุมภาพันธ์ 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อช่วงต้นเดือน กุมภาพันธ์ 2569 ที่ผ่านมา ที่สำนักงานอัยการสูงสุด ถนนเเจ้งวัฒนะ จ.ส.ต.คมสัน ทองคำดี ผู้บังคับหมู่ กลุ่มงานสอบสวน กองบังคับการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี 1 ยื่นหนังสือถึงสำนักงานคณะกรรมการอัยการ(ก.อ.) ร้องเรียนขอให้ตรวจสอบพฤติกรรมของ นาย น. รองอัยการจังหวัด ในพื้นที่ภาคอีสานรายหนึ่ง

 

โดยหนังสือร้องเรียนของ จ.ส.ต. คมสัน เพื่อขอความเป็นธรรม ระบุว่า รองอัยการจังหวัดในพื้นที่ดังกล่าวใช้บุคคลอื่นสืบค้นข้อมูลทะเบียนราษฎร และ ประวัติอาชญากรโดยมิชอบ ก่อนถูกนำไปใช้ร้องเรียนหวังกลั่นแกล้ง ให้กระทบเส้นทางรับราชการ

จ.ส.ต.คมสัน ทองคำดี

 

มูลเหตุมาจาก ก่อนหน้านี้เคยร้องเรียนพฤติกรรมของอัยการคนดังกล่าวต่ออัยการสูงสุด เมื่อเดือน มกราคม 2567 และต่อมามีการตั้งกรรมการสอบสวนทางวินัยอัยการคนดังกล่าวจนมีคำสั่งลงโทษทางวินัยไม่ร้ายแรง เมื่อปลายปี 2568

 

หลังจากนั้นตนได้รับคำเตือนจากนายตำรวจคนหนึ่งให้ระวังตัว เพราะอาจถูก “เอาคืน” ด้วยการตรวจสอบประวัติส่วนตัว

ต่อมาในเดือน กันยายน 2568 มีบุคคลเข้าร้องเรียนตนต่อสำนักงานจเรตำรวจ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ทำให้ตนถูกตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงทางวินัย

 

ตนจึงตรวจสอบการเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลของตน พบว่าเมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2568 มีการยื่นคำร้องขอคัดสำเนาทะเบียนราษฎรที่อำเภอเมืองมหาสารคาม โดยอ้างใบแต่งทนายความระบุจะนำไปใช้ฟ้องคดีอาญาที่ศาลจังหวัดมหาสารคาม

 

อย่างไรก็ตาม เมื่อผู้ร้องตรวจสอบกับศาลจังหวัดมหาสารคาม กลับไม่พบว่ามีคดีฟ้องร้องตามที่อ้างไว้ จึงเชื่อว่าการยื่นคำร้องดังกล่าวเป็นการใช้เอกสารโดยไม่มีเจตนาฟ้องคดีจริง และอาจเข้าข่ายเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลโดยมิชอบ

 

นอกจากนี้ ยังพบว่ามีตำรวจนายหนึ่งเข้าถึงข้อมูลทะเบียนราษฎรและประวัติอาชญากรของผู้ร้องหลายครั้ง โดยผู้ร้องอ้างว่า เจ้าหน้าที่รายดังกล่าวได้โทรศัพท์มายอมรับว่า เป็นผู้สืบค้นข้อมูลตามคำขอของอัยการคนดังกล่าว และข้อมูลถูกนำไปใช้ประกอบการร้องเรียนต่อสำนักงานจเรตำรวจ

 

จ.ส.ต.คมสัน ระบุว่า การกระทำดังกล่าวส่งผลกระทบต่อชื่อเสียง หน้าที่ราชการ และโอกาสก้าวหน้าในสายงาน เนื่องจากตนสอบได้นายตำรวจชั้นสัญญาบัตร และมีกำหนดเข้ารับการอบรมที่โรงเรียนนายร้อยตำรวจในเดือนพฤษภาคม 2569

 

อย่างไรก็ตามคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง ได้ยุติเรื่องที่ตนถูกร้องเรียนแล้ว

 

เเต่ตนได้เข้าแจ้งความดำเนินคดีกับบุคคลที่เกี่ยวข้องไว้แล้วที่ สภ.เมืองมหาสารคาม และ สน.ทุ่งสองห้อง พร้อมขอให้อัยการสูงสุดตรวจสอบว่าการกระทำของรองอัยการรายดังกล่าว เข้าข่ายฝ่าฝืน พรบ.ระเบียบข้าราชการฝ่ายอัยการ พ.ศ.2553 หรือกฎหมายอื่นใดหรือไม่ เพื่อให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย