เมื่อวันที่ 2 พ.ย. 63 ที่ผ่านมา มีการแชร์คลิปและภาพในโลกโซเชียล ที่มีประชาชนไม่พอใจเจ้าอาวาสวัดดงสวอง ต.เขาสามยอด อ.เมือง ลพบุรี ที่นำเงินกฐินสามัคคีคืนประธานเนื่องจากไม่พอใจที่ยอดกฐินน้อยกว่าที่คาดหวัง ทำให้พุทธศาสนิกชน คนนักบุญทั้งหลายต่างงงกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ในบรรยากาศที่มีประชาชนไม่ไพอใจ กับเหตุดังกล่าว ถึงขั้นจะรวมตัวกันขับไล่เจ้าอาวาส เพราะพระเห็นเงินสำคัญกว่าบุญ
ผู้สื่อข่าวได้ไปพบคุณสุรินทร์ บุญเสริม อายุ 60 ปี สมาชิกสภาเทศบาลต.เขาสามยอด และเป็นประธานในการทอดกฐินในครั้งนี้ ที่บ้านพัก พร้อมครอบครัว และผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์ ซึ่งคุณสุรินทร์เล่าว่า ตนเอง ครอบครัว เพื่อนๆ และผู้มีจิตศรัทธา ได้นำเงินจากการร่วมทำบุญจำนวน 351,387 บาทไปถวายเจ้าอาวาสวัดดงสวอง ซึ่งตนเองครอบครัวจะทำบุญที่วัดนี้มาตั้งแต่จำความได้ จนวัดเจริญรุ่งเรืองสวยสดงดงาม เป็นที่เชิดหน้าชูตาของจังหวัด เมื่อรวมกับเงินที่นักบุญได้ร่วมกันปีนี้ก็ประมาณ 8 แสนบาทเศษ ต่างอิ่มบุญกันถ้วนหน้า ถึงแม้ปีนี้จะน้อยกว่าทุกปี เนื่องจากเศรษฐกิจและสถานการณ์ไวรัสโควิด-19 ซึ่งก็คิดว่าไม่มีเหตุการณ์อะไรจนมาเห็นว่าเจ้าอาวาสวัด ได้โพสต์ข้อความลงในไลน์ ข้อความว่า "ปีนี้โยมถามว่าได้กี่ล้านเห็นคนเยอะมาก บอกไม่ถึงล้าน เขาอาจมาดูความสะอาดเป็นระเบียบของวัด เลยลืมทำบุญ เหนื่อยเตรียมงานเป็นเดือน เพื่อให้ญาติโยมเห็นจะได้ช่วยบริจาค ไม่หายเหนื่อยกับสิ่งที่ทุ่มเท ตั้งใจดี ดีใจเห็นคนเยอะมาก แต่ท้อใจกับยอดที่ได้" ซึ่งคุณสุรินทร์เล่าต่ออีกว่า ไม่เพียงเท่านี้ท่านยังโพสต์ว่าเราเอาผ้าไตรจีวรจากวัดไปบอกบุญ แล้วเอาเงินจากผ้าไตรจีวรมารวมกับยอดกฐินซึ่งสร้างความอัดอั้นตันใจจนบอกไม่ถูก เราคนชอบทำบุญ แต่กลับมาถูกข้อกล่าวหาอมเงินจนครอบครัวรับไม่ได้ จึงได้ติดต่อกับท่าน ขอพบเพื่อเจรจาแต่ท่านกลับตัดบทขอคืนเงินให้โดยไม่สนใจคำคัดค้านของใคร สร้างความไม่พอใจและความเคลือบแคลงใจว่าทำไม ถึงไม่รับเงินทำบุญ ซึ่งหลังจากนั้นคุณสุรินทร์พร้อมครอบครัว และนักบุญทั้งหมดได้เดินทางไปมอบเงินให้กับวัดจำวน 3 วัดๆ ละ 1 แสนบาท และสำนักสงฆ์อีก 1 แห่งจำนวน 5 หมื่นบาทเศษตามเจตนารมณ์ของนักบุญ