ส่วนกรณีประเทศจีน จริงๆ แล้วไม่ว่าจะทรัมป์หรือไบเดนต่างก็มีจุดยืนต่อต้านจีนทั้งคู่ แต่สำหรับประธานาธิบดีสี จิ้นผิง นักวิเคราะห์มองว่า อยากให้ไบเดนชนะ เพราะอย่างน้อยไบเดนก็ "คุยรู้เรื่อง" ไม่เหมือนกับทรัมป์ที่ "เดาทางไม่ได้" โดยในยุคของทรัมป์ สหรัฐฯ พยายามกดดันจีนด้านเศรษฐกิจผ่านประเด็นสงครามการค้าและการแบนบริษัทไอทียักษ์ใหญ่
ขณะที่ไบเดนคงจะเน้นเรื่อง "สิทธิมนุษยชน" และ "ประชาธิปไตย" มากกว่า โดยคาดว่าประเด็นที่ไบเดนจะกดดันจีนหนักที่สุดคงหนีไม่พ้นเรื่องฮ่องกง อุยกูร์ และทิเบต แต่ในขณะเดียวกันก็มีบางประเด็นที่ไบเดนกับสี จิ้นผิง อาจร่วมมือกันได้ เช่น เรื่องเกาหลีเหนือ ภาวะโลกร้อน และโควิด-19
สำหรับอิหร่าน ทั้งประธานาธิบดีฮัสซัน โรฮานี และผู้นำตัวจริงอย่างอยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี นักวิเคราะห์เชื่อว่า ยังไงอิหร่านก็อยากให้ไบเดนชนะ เพราะทรัมป์ได้เล่นงานอิหร่านจนน่วมตลอดหลายปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะการถอนตัวจาก "ข้อตกลงนิวเคลียร์" สมัยอดีตประธานาธิบดีบารัก โอบามา และกลับมาดำเนินนโยบาย "กดดันขั้นสูงสุด" ด้วยการคว่ำบาตรการส่งออกน้ำมันและขึ้นบัญชีดำกองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลาม รวมทั้งเหตุการณ์เมื่อต้นปีนี้ที่เกือบจะกลายเป็น "สงครามร้อน" หลังทรัมป์ไฟเขียวใช้โดรนสังหารนายพลคนสำคัญของอิหร่าน จนอิหร่านตอบโต้ด้วยการยิงขีปนาวุธหลายสิบลูกใส่ฐานทัพสหรัฐฯ ในอิรัก