1) ภาคการคลังและภาคการเงินต่างประเทศไทยที่อยู่ในระดับสูง สามารถรองรับการเปลี่ยนแปลงและความผันผวนของเศรษฐกิจ รวมทั้งผลกระทบที่เกิดจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19
2 ) ภาคการคลังสาธารณะที่แข็งแกร่ง จากการรักษาวินัยทางการคลัง โดยยึดหลัก พระราชบัญญัติวินัยการเงินการคลังของรัฐ พ.ศ. 2561 อย่างเคร่งครัด
และ 3) ภาคการเงินต่างประเทศที่เข้มแข็ง โดยมีดุลบัญชีเดินสะพัดเกินดุล และทุนสำรองระหว่างประเทศอยู่ในระดับสูง
"ตัวเลขเศรษฐกิจหดตัวต่ำกว่าที่คาดการณ์ไว้ก่อนหน้านั้น โดยกระทรวงคลังรายงานเศรษฐกิจไทยปี 2563 ติดลบ 7 % ซึ่งน้อยกว่าที่มีการคาดการณ์ก่อนหน้านั้นที่ -8.2% ถึง -7.2% ส่วนหนึ่งมาจากการที่รัฐบาลออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่อง ผ่านโครงการเพิ่มกำลังซื้อแก่ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ เช่น โครงการ "คนละครึ่ง" โครงการ "ช้อปดีมีคืน" โครงการเที่ยวปันสุข รวมทั้งโครงการต่างๆ จากงบพรก. เงินกู้ฯ ที่จะทยอยดำเนินการ ให้เกิดการจ้างงาน และการกระจายรายได้ ซึ่งขณะนี้เริ่มมีสัญญาณของการปรับตัวของเศรษฐกิจในทิศทางที่ดีขึ้น " โฆษกรัฐบาล กล่าว
ขณะเดียวกัน รัฐบาลได้ดำเนินการฟื้นฟูเศรษฐกิจผ่านมาตรการระยะสั้นและระยะยาว เพื่อบรรเทาผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 เพื่อให้เศรษฐกิจไทยเดินหน้าต่อได้