แม้ประเด็นสมานฉันท์ จะไม่ใช่เรื่องใหม่ในประเทศไทย เพราะเคยถูกหยิบมาใช้ ถ้าย้อนกลับไปยังช่วงสมัยปี 2553 หลังเกิดเหตุความรุนแรงช่วงสลายการชุมนุมกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ยุครัฐบาล "อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ" อดีตนายกรัฐมนตรี
กระทั่งมีการเชิญ "คณิต ณ นคร" อดีตอัยการสูงสุด มาทำหน้าที่เป็นประธานคณะกรรมการอิสระตรวจสอบและค้นหาความจริงเพื่อการปรองดองแห่งชาติ หรือ คอป. เพื่อหาข้อสรุปเหตุการณ์รวมถึงเปิดประตูทางออกให้ประเทศ
ซึ่งตลอดอายุการทำงาน 2 ปี ของ คอป. เวลานั้น ท้ายสุดกลับไม่มากไปกว่าเพียงรายงานเล่มหนาวางเก็บไว้บนหิ้ง เพราะหลายฝ่ายต่างเพิกเฉย จนต่อมาในยุคอดีตนารีขี่ม้าขาว "ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร" ก้าวเท้าเข้าทำเนียบนายกฯหญิง คนแรกของไทย
มาสานต่อภายใต้การยกเครื่องใหม่ในนาม คณะกรรมการประสานและติดตามผลการดำเนินงานตามข้อเสนอแนะของคณะกรรมการอิสระตรวจสอบและค้นหาความจริงเพื่อการปรองดองแห่งชาติ (ปคอป.) ที่มี ยงยุทธ วิชัยดิษฐ์ รองนายกฯ และรมว.มหาดไทย ขณะนั้นเป็นประธาน
แต่จนแล้วจนรอด กลไกที่เพื่อไทยหวังใช้สร้างความปรองดอง ก็ต้องติดขัด เพราะมาสะดุดในเรื่องการออกกฎหมายนิรโทษกรรมแบบสุดซอย ก่อนที่มวลชนเวลานั้น ออกมารวมตัวคัดค้านก่อนเป็นเหตุให้รัฐบาลยิ่งลักษณ์ ต้องประกาศยุบสภาฯ เวลาต่อมา