เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 29 ต.ค. 2563 ที่สำนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคดีศาลแขวง 6 (ปทุมวัน) นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า อดีตหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่, นายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการคณะก้าวหน้า อดีตเลขาธิการพรรคอนาคตใหม่, น.ส. พรรณิการ์ วานิช โฆษกคณะก้าวหน้า อดีตโฆษกพรรคอนาคตใหม่, นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคก้าวไกล และนายไพรัฎฐโชติก์ จันทรขจร อดีตผู้สมัคร ส.ส.พรรคอนาคตใหม่ เขต 5 นครปฐม เดินทางมารับทราบคำสั่งอัยการว่าจะฟ้องหรือไม่ ในคดีจัดแฟลชม็อบบริเวณสกายวอล์ก สี่แยกปทุมวัน หน้าหอศิลปวัฒนธรรมกรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ 14 ธ.ค. 2562
ข้อหาร่วมกันเป็นผู้จัดการชุมนุมสาธารณะ โดยไม่แจ้งการชุมนุมต่อผู้รับแจ้ง, ร่วมกันจัดการชุมนุมสาธารณะ โดยกีดขวางทางเข้าออกหรือรบกวนการปฏิบัติงานหรือการใช้บริการสถานีรถไฟ, ร่วมกันจัดการชุมนุมสาธารณะ โดยไม่ดูแลและรับผิดชอบการชุมนุมสาธารณะไม่ให้เกิดการขัดขวางเกินสมควรต่อประชาชนที่จะใช้ที่สาธารณะฯ, ทำการชุมนุมสาธารณะในระยะไม่เกิน 150 เมตรจากพระราชวัง และร่วมกันโฆษณาโดยใช้เครื่องขยายเสียงโดยไม่ได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่
โดย นายธนาธร ให้ความเห็นถึงสถานการณ์การเมือง ก่อนฟังคำสั่งอัยการว่า หากรัฐบาลคิดว่าการจับแกนนำผู้ชุมนุมเข้าคุกแล้วการชุมนุมจะยุติ เป็นการคิดผิด เพราะอย่างไร การชุมนุมเรียกร้องการแก้ไขรัฐธรรมนูญที่มีความเหลื่อมล้ำก็ต้องเดินหน้าต่อไป ขอให้ทุกคนอย่าท้อและอย่าหมดกำลังใจ ตราบใดที่รัฐบาลและ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ยังยืนยันไม่ลาออก และคิดว่าตนเองไม่ใช่ปัญหาความขัดแย้งในครั้งนี้ การเรียกร้องของนักเรียนนักศึกษาก็ยังเดินหน้าต่อ