นักการเมืองในอุดมคติอาจารย์เป็นยังไง?
"จริงๆ แล้วในตำราการจัดการ มีกูรูการจัดการคนนึง ชื่อปีเตอร์ ดรักเกอร์ เขาบอกว่ามนุษย์ที่มีคุณภาพต้องมี 3 ข้อ หนึ่งต้องซื่อสัตย์สุจริต สองมีสติปัญญาเหนือคนอื่น สามต้องขยันขันแข็ง ถ้าแม้นใครที่ไม่มีคุณสมบัติข้อที่หนึ่ง แต่มีสองข้อหลัง คนๆ นั้นจะทำลายองค์กร เพราะเขาเป็นคนชั่ว ไม่ซื่อสัตย์สุจริต แต่เขาเป็นคนฉลาดและขยัน ถ้าหากแม้นใช้ความเก่งในทางโกง เขาก็จะโกงแบบเราไม่รู้ตัวเราจับไม่ได้ไล่ไม่ทัน ถ้าเขาขยันด้วยก็จะทำให้เขาขยันโกง แต่อยากขอเพิ่มในฐานะเป็นนักสื่อสาร คนเป็นนักการเมืองที่ดีต้องมีความสามารถด้านการสื่อสาร โดยเฉพาะการสื่อสารด้านแรงบันดาลใจ จะทำยังไงให้คนซึ่งร่วมรัฐบาลมีแรงบันดาลใจในการทำงานด้วยความขยันขันแข็ง ทำอย่างไรให้ข้าราชการซึ่่งทำงานอยู่ภายใต้รัฐมนตรีคนนี้ นายกฯ คนนี้มีขวัญและกำลังใจที่อยากทำงานเพื่อประเทศชาติ นี่คือคุณสมบัตินักการเมืองในดวงใจ"
ถ้าลิสต์มา 3 คน มีใครบ้าง?
"ขอใช้เป็นเรื่องระดับโลก แต่ไม่ไปทั้งโลก พี่เป็นคนเอเชีย ชื่นชมคนเอเชีย เวลานี้ฝรั่งกลัวเอเชียมาก เขาเรียกคนเอเชียว่าเยโล่เพาเวอร์ พลังสีเหลือง เพราะก่อนหน้านี้เราเรียกว่าคนขาวอยู่เหนือใครทั้งโลก มองไปอเมริกา ยุโรป ตอนนี้คนผิวขาวกลัวใคร กลัวญี่ปุ่น กลัวจีน กลัวไต้หวัน กลัวเกาหลี กลัวสิงคโปร์ และเขาก็คิดว่าจะทำยังไงถึงจะควบคุมประเทศฟิลิปปินส์ ไทย แล้วประเทศที่อยู่ในกลุ่มอินโดจีนได้ แต่เขารู้สึกว่าแย่แล้ว ตอนนี้อำนาจขับเคลื่อนจากกลุ่มยุโรปและอเมริกา มาสู่ผิวเหลืองตรงนี้ นักการเมืองที่จะพูดถึงก็เป็นนักการเมืองสายตะวันออก"
คนแรก?
"มหาเธร์ เขาเป็นนายแพทย์ ซึ่งคนเป็นหมอ ถ้าหากเขาจะทำอาชีพหมอเขาก็ไม่ต้องเหนื่อยยาก ลำบาก ยังไงก็มีเงินทองร่ำรวย แต่ขณะเดียวกัน เขารู้สึกว่าควรเอาความรู้เขามาใช้ในการบริหารประเทศชาติ เขาเลยลุกมาทำงานการเมือง จากการที่เคยได้ฟังคำสัมภาษณ์ เขาให้ความสำคัญกับเรื่องงานมาก ตอนเขาเป็นนายกฯ ครั้งแรก เขาควบมหาดไทยด้วย เขาคิดว่างานนี้เขาอยากทำ ทีนี้สิ่งที่คนยกย่องคือยกย่องว่าเป็นผู้นำในกลุ่มตะวันออกที่มีวิสัยทัศน์ดีที่สุด มองการณ์ไกล มองไปข้างหน้า คนเราถ้าทำอะไรแล้วมองแต่ละปี จะไม่เรียกว่าวิสัยทัศน์ ในปี 1999 พี่มีโอกาสไปสัมมนาที่มาเลเซีย มีการแจกเอกสารกัน เขียนว่ามาเลเซีย 2020 ปีนั้น 1999"
"พออ่านข้างในเขาต้องการสร้างเมืองนี้เป็นเมืองข้าราชการ เขาต้องการสร้างเมืองนี้เป็นไซเบอร์ซิตี้ เขาจะสร้างมหาวิทยาลัยเหล่านี้เพื่อการวิจัย เขามีการกำหนดชัดเจนเพื่อทำให้มาเลเซียเป็นประเทศที่เจริญแล้ว สิ่งหนึ่งที่เขาคิดคือเขาจะไม่ยอมแพ้ตะวันตก ฉะนั้นเขาจึงมีความพยายามในการพัฒนามาเลเซีย เรื่องนึงที่มาเลเซียมีปัญหาคือความแตกแยกเรื่องเชื้อชาติ มาเลเซียมีแขก มีมาลายู และจีน ตอนนั้นมีกระแสเชื้อชาตินิยม มหาเธร์เปลี่ยนจากเชื้อชาตินิยมเป็นชาตินิยม ตัดเชื้อทิ้ง ก็แปลว่าทุกคนควรมีสำนึกมาเล ไม่ใช่มาลายู จีน หรืออินเดีย แต่คือสำนึกมาเลเซีย เพื่อลดความขัดแย้งระหว่างแขก อินเดีย มาลายู และจีน ซึ่งปรากฎว่าเขาทำได้สำเร็จ ด้วยการให้คนดำรงตำแหน่งสูงๆ ในรัฐบาลหรือราชการไม่จำเป็นต้องเป็นชาวมาลายู ถ้าคนจีน อินเดีย มีความสามารถก็สามารถดำรงตำแหน่งสูงๆ ได้ นั่นคือการสร้างความสามัคคีในชาติ"