ส่วนการดำเนินคดีในภาพรวมกลุ่มผู้ชุมนุมทั้งหมดนั้น พล.ต.ต.ปิยะ กล่าวว่า ทางบช.น. มีพล.ต.ต.สุคุณ พรหมายน รองผบช.น. ดูแลสำนวนคดีดังกล่าว และมีทีมสืบสวนสอบสวนลงไปช่วยสถานีตำรวจนครบาลที่รับผิดชอบ อย่างไรก็ตาม ภายหลังจากการยุติพ.ร.ก.ฉุกเฉินร้ายแรงในพื้นที่กรุงเทพมหานครก็ยังมีการออกหมายจับอยู่อย่างต่อเนื่อง สถานีตำรวจนครบาลรับผิดชอบพร้อมก็จะมีการดำเนินการออกหมายเรียกก่อน เมื่อหมายเรียกครบกำหนด 2 ครั้ง ถึงจะดำเนินการออกหมายจับ
ซึ่งการดำเนินการพฤติกรรมผู้ต้องหามีการหลบหนีชัดเจนก็ขออำนาจศาลดำเนินการออกหมายจับ ส่วนกรณีที่มีการออกหมายเรียกการฝ่าฝืนพ.ร.ก.ฉุนเฉินร้ายแรงในกรุงเทพมหานครพื้นที่การชุมนุมทั้งหมด 34 หมายนั้น เนื่องจากพ.ร.ก.ฉุนเฉินยังคงมีอยู่เพียงแต่ยกเลิกข้อกำหนดในกฎหมายเท่านั้น การดำเนินคดีตามกฎหมายดังกล่าวยังคงมีอยู่
ส่วนกรณีที่กลุ่มผู้ชุมนุมจะไปชุมนุมที่บริเวณสกายวอล์คในวันที่ 29 ตุลาคมนี้อีกครั้ง พล.ต.ต.ปิยะ กล่าวว่า การข่าวยืนยันว่ามีการชุมนุมบริเวณดังกล่าวจริง ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้มีการเตรียมการรับมือไว้เช่นเดิม โดยใช้กำลังจากบก.น.5 - บก.น.6 ร่วมกัน มีการแบ่งพื้นที่ที่ทำการส่วนหน้ามีผู้บริหารกำลังแต่ละส่วน โดยจะใช้ประมาณ 4-6 กองร้อยต่อ 1 ผลัด เพื่อดูแลความปลอดภัยให้กับกลุ่มผู้ชุมนุม
ซึ่งพื้นที่บริเวณดังกล่าวเป็นพื้นที่ไม่กว้างมีเพียงแค่ 3,000 - 5,000 คนก็เต็มพื้นที่ โดยเฉพาะบริเวณพื้นที่สกายวอล์คได้แค่เพียง 800 คน จึงขอฝากเตือนว่าสกายวอล์คนั้นมีวัตถุประสงค์ในการก่อสร้างเพื่อสัญจรไปมา โครงสร้างอาจจะไม่ได้รองรับน้ำหนักของผู้ชุมนุมเมื่อมีผู้ชุมนุมเป็นจำนวนมากอาจจะมีผลกระทบต่อโครงสร้างบริเวณดังกล่าวอาจเกิดอุบัติเหตุได้