26 ตุลาคม 2563 น.ส.วทันยา วงษ์โอภาสี ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ อภิปรายในการประชุมร่วมรัฐสภาสมัยวิสามัญ เพื่อหาทางออกประเทศ ว่า ในช่วงเกือบสองสัปดาห์ที่ผ่านมา เห็นความร้อนแรงการชุมนุมที่ทวีคูณมากยิ่งขึ้น โดยมีหลายประเด็นที่ถูกหยิบยกขึ้นมาพูด ท่ามกลางการชุมนุมต่างๆบ่อยครั้ง แต่ก็มีบางประเด็นที่ถูกหยิบยกขึ้นมาวิพากษ์ครั้งแรกในสังคมไทย ได้สร้างความไม่สบายใจกับประชาชนจำนวนมากในประเทศ คือ การวิพากษ์ถึงสถาบันฯ"ที่วันนี้ได้สร้างความแตกแยกทางความคิดและกำลังสร้างรอยร้าวไปสู่สถาบันครอบครัว จากปัญหาการเมืองกลายเป็นปัญหาสังคมแต่ถ้าหากเราตั้งใจรับฟังทุกรายละเอียดที่มีการวิพากษ์ของกลุ่มผู้ชุมนุม วันนี้เราจำเป็นต้องแยกแยะให้ออกก่อนระหว่างข้อเรียกร้องของผู้ชุมนุมที่มีเป้าประสงค์ทางการเมือง และผู้ชุมนุมที่หวังอยากจะเห็นการเปลี่ยนแปลงประเทศไปสู่คุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ซึ่งในหลายๆปัญหาที่ถูกวิจารณ์นั้น เราสามารถลงมือแก้ไขได้โดยที่ไม่ต้องรอให้มันเป็นปัญหาสะสม จนกลายเป็นระเบิดเวลาลูกใหญ่และกลายเป็นปัญหาพาดพิงไปจนถึงประเด็นที่เป็นเรื่องละเอียดอ่อนของคนในชาติ" น.ส.วทันยา ระบุ
อย่างไรก็ตาม สิ่งสำคัญวันนี้ (26ต.ค.) คือ การร่วมกันหาทางออกร่วมกันอย่างไร เพื่อไม่ให้รัฐเกิด Failed State ทำให้ประเทศเกิดปัญหาซับซ้อนบานปลาย เพราะในปัจจุบันรัฐยังมีหน้าที่สำคัญในการแก้ไขปัญหาสาธารณสุขและเศรษฐกิจจากพิษไวรัสโควิด-19 ซึ่งจุดเริ่มต้น คือการถอยคนละก้าว จากแถลงการณ์ของนายกฯ เมื่อวันที่ 21 ต.ค. ที่ผ่านมา ก็นับเป็นข้อดี ที่รัฐบาลประกาศอย่างชัดเจนในการเริ่มต้นเป็นผู้ถอย เพื่อสร้างบรรยากาศที่ดีในสังคม
ทั้งนี้ ส่วนตัวยืนยันว่า ข้อเสนอจากผุ้ชุมนุมนั้นรัฐบาลรับฟังและได้ยินแล้ว แต่การตอบรับด้วยการได้ยินอาจไม่เพียงพอ สำหรับผู้ชุมนุมที่มีข้อเรียกร้องหลายประเด็น ดังนั้น สิ่งที่รัฐควรดำเนินการ คือ เปิดพื้นที่หรือเวทีกลางทั้งในและนอกสภาฯ ควบคู่กันเพื่อให้เกิดการแลกเปลี่ยนข้อมูลทางตรงจากทั้งสองฝ่ายระหว่างรัฐและประชาชน เช่น การแลกเปลี่ยนข้อมูลทางด้านกฎหมาย การแลกเปลี่ยนทัศนะความคิด โดยเฉพาะการแลกเปลี่ยนข้อมูลกับกลุ่มคนรุ่นใหม่เพื่อให้ได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนาประเทศอย่างสร้างสรรค์ แต่ข้อเสนอของทั้งสองฝ่าย ต้องเป็นไปด้วยเหตุผลที่สังคมยอมรับเพื่อหาจุดสมดุลที่เป็นประโยชน์กับประเทศ