3.การผลิตน้ำมันดิบของลิเบียมีแนวโน้มปรับตัวเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง หลังผู้ผลิตเริ่มกลับมาทยอยเปิดดำเนินการแหล่งผลิตและท่าเรือส่งออกน้ำมันดิบ โดยปริมาณการผลิตล่าสุดเพิ่มขึ้นมาต่อเนื่องแตะระดับที่ 500,000 บาร์เรลต่อวัน โดยบริษัทน้ำมันแห่งชาติของลิเบียคาดปริมาณการผลิตจะเพิ่มขึ้นไปแตะระดับ 800,000 บาร์เรลต่อวันภายใน 2 สัปดาห์และจะแตะระดับ 1 ล้านบาร์เรลต่อวันภายใน 4 สัปดาห์ หลังจากที่ได้มีการยกเลิก Force Majeure ที่ท่าเรือส่งออกขนาดใหญ่ Es Sider และ Ras Lanuf
4.ปริมาณการผลิตน้ำมันดิบของสหรัฐฯ มีแนวโน้มสูงขึ้น จากการที่ผู้ผลิตน้ำมันดิบในอ่าวเม็กซิโก สหรัฐฯ เริ่มกลับมาเปิดดำเนินการผลิตน้ำมันดิบ หลังต้องหยุดดำเนินการไปชั่วคราวราว 1.68 ล้านบาร์เรลต่อวัน จากผลกระทบของพายุเฮอริเคนเดลต้า นอกจากนี้ ผู้ผลิตน้ำมันดิบในสหรัฐฯ เริ่มปรับเพิ่มการขุดเจาะน้ำมันดิบเพิ่มมากขึ้น หลังราคาน้ำมันดิบปรับตัวเพิ่มขึ้นสูงกว่าระดับ 40 เหรียญสหรัฐฯ ต่อ บาร์เรล โดย Baker Hughes เปิดเผยจำนวนแท่นขุดเจาะน้ำมันดิบและก๊าซธรรมชาติในสัปดาห์ สิ้นสุด ณ วันที่ 16 ต.ค. ปรับตัวขึ้นมาสู่ระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือน พ.ค. 63
5.กลุ่มโอเปกและประเทศพันธมิตร เปิดเผยในการประชุมเมื่อวันที่ 19 ต.ค. ว่ากลุ่มผู้ผลิตยังคงเดินหน้าปฏิบัติตามข้อตกลงการปรับลดกำลังการผลิต โดยในเดือน ก.ย. ที่ผ่านมากลุ่มโอเปก-10 ได้ปฏิบัติตามแผนข้อตกลงการปรับลดกำลังการผลิตรวมกว่าร้อยละ 101 อย่างไรก็ตาม ยังไม่ได้มีการหารือกันถึงระดับการปรับลดกำลังการผลิตในปีหน้า ทั้งนี้ กลุ่มผู้ผลิตจะมีการประชุมอีกครั้งในวันที่ 30 พ.ย. 1 ธ.ค. และคาดจะมีการพิจารณาว่าจะมีการขยายการปรับลดกำลังการผลิตที่ 7.7 ล้านบาร์เรลต่อวันไปอีกหรือจะปรับลดลงตามแผนเดิมมาอยู่ที่ราว 5.8 ล้านบาร์เรลต่อวัน
6.เศรษฐกิจที่น่าติดตามในสัปดาห์นี้ ได้แก่ จีดีพีสหรัฐฯ ไตรมาส 3/63 ซึ่งคาดการณ์ว่าจะปรับตัวสูงขึ้นกว่าไตรมาสก่อนหน้า จีดีพียูโรโซนไตรมาส 3/63 ซึ่งคาดการณ์ว่าจะปรับตัวสูงขึ้นกว่าไตรมาสก่อนหน้า การประชุมนโยบายการเงินของธนาคารกลางยุโรป (ECB) ซึ่งคาดว่าจะคงอัตราดอกเบี้ยในระดับต่ำ