นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธาน นปช. ประเมินสถานการณ์ทางการเมืองในขณะนี้ โดยาะบุว่า นับตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป สถานการณ์จากวิวัฒนาการเข้มข้นกันตามลำดับขณะเดียวกันตนยังอยู่ในบทที่ต้องอยู่ติดตามสถานการณ์ อย่างที่ตนเคยบอกว่า ตนจะรบในสงครามที่ตนกำหนดเองได้เพราะ หากต้องรบในสงครามที่กำหนดเองไม่ได้ การรบนั้นจะเป็นไปด้วยความยากลำบาก แต่ส่วนตัวเคารพในเสรีภาพของพี่น้องทุกประการ อย่างไรก็ตาม ในสัปดาห์นี้มีช่วงระยะเวลาที่ผู้ชุมนุมขีดเส้นใต้ให้พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ลาออกจากตำแหน่งนั้นส่วนตัวมองว่า นี่เป็นคำถามที่รู้คำตอบมาตั้งแต่ต้น
ปรากฏการณ์การชุมนุมวันนี้ที่แยกราชประสงค์ ตนก็ยังเชื่อว่าเป็นสถานการณ์ที่เป็นปกติ แต่วันพรุ่งนี้ (26 ต.ค.) จะมี 2 สถานที่ ที่จะเป็นจุดในทางการเมือง โดยจุดเเรกตั้งแต่ช่วงเช้าคือ ที่ประชุมรัฐสภา / การเปิดสมัยประชุมวันที่ 26-27 ตุลาคมนี้ที่รัฐบาลเป็นผู้เสนอให้เปิดประชุม โดยมี 3 หัวข้อที่จะปรึกษาหารือเพื่อหาทางออก ซึ่งจริงๆมีหัวข้อที่จะแตกหักเพียงหัวข้อเดียว ดังนั้น สถานการณ์ covid-19 และเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญจะกลายเป็นเรื่องรองในการหารือ แต่ประเด็นหลักที่นายกรัฐมนตรีเสนอไปยังประธานรัฐสภานั้น คือเรื่องขบวนเสด็จเมื่อวันที่ 14 ตุลาคมที่ผ่านมา
ดังนั้นเนื้อหาการปภิปรายก็จะเกี่ยวกับเรื่องสถาบันอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ และแรงเหวี่ยงในสภา หลังจากที่นายกรัฐมนตรีได้เเถลงข้อหารือจบนั้นฝ่ายค้านก็ต้องขึ้นมาอภิปรายหักล้าง หลังจากนั้น ส.ส.พรรครัฐบาล และ ส.ว. ก็เวียนกันอภิปรายนั้นตนเชื่อว่าจะเกิดเหตุการณ์ชุลมุนวุ่นวายมากที่สุดในสภา เพราะอีกฝ่ายก็จะชี้อีกฝ่ายหนึ่งว่าล้มเจ้า ขณะเดียวกันอีกฝ่ายก็จะชี้อีกฝ่ายหนึ่งพวกโหนเจ้า และในพื้นที่หน้าสภาวันนี้เริ่มก็มีการใส่เสื้อเหลืองดข้าไปจับจองพื้นที่หน้าสภาไว้ก่อนแล้ว ดังนั้นเกมในวันที่ 26 ตุลาคมนี้จะเกิดเรื่องค่อนข้างมาก