ขณะที่ นายชัยธวัช ตุลาธน เลขาธิการพรรค กล่าวว่า การที่นายกฯ เสนอให้ทุกฝ่ายถอยคนละก้าว และแสดงว่าจะไม่เข้าไปสลายการชุมนุม เสนอให้ใช้สภาฯ เป็นเวทีหาทางออกให้บ้านเมือง รวมทั้งมีการยกเลิกประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรงในเขตท้องที่กรุงเทพมหานคร ซึ่งยังไม่ใช่เป็นการถอน พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ทั้งหมด โดยนายกฯ ยังสามารถประกาศได้ทุกเมื่อ เหมือนนายกฯ จะแสดงท่าทีในเชิงบวก แต่ข้อเท็จจริง คือ ยังมีการใช้กลไกของรัฐ ใช้เงินภาษีและทรัพยากรสาธารณะ ระดมพลคนสวมใส่เสื้อเหลืองมา ซึ่งมองว่าไม่ควรเป็นบทบาทของรัฐในสถานการณ์แบบนี้
ทั้งนี้ จึงตั้งข้อสังเกตว่ารัฐบาลกำลังเล่นสองหน้าอยู่ คือ ด้านหนึ่งทำเหมือนว่าจะรับฟัง ลดอุณหภูมิทางการเมือง แต่อีกด้านหนึ่งคือการระดมคนมาปลุกปั่น ให้เกิดความเกลีดชังกันระหว่างประชาชนคนไทยด้วยกัน ส่งผลให้มีมวลชนปะทะกัน ดังกรณีที่มหาวิทยาลัยรามคำแหง รวมทั้งมีคนไปตรวจสอบข้อเท็จจริง ว่าแกนนำที่มาทำร้ายนักศึกษาได้ไปเชื่อมโยงกับพรรคพลังประชารัฐ สิ่งเหล่านี้นายกฯ ต้องทำการตรวจสอบโดยทันที และจำเป็นต้องตั้งข้อสังเกตไว้ตรงนี้ ว่านายกฯกำลังเล่นละคร เพื่อจะใช้กำลังมาจัดการประชาชนผู้ชุมนุมในภายหลังหรือไม่ อีกทั้งในสถานการณ์เช่นนี้หน้าที่ของรัฐบาล จะแสดงจุดยืนอย่างไร
สำหรับคณะทำงานชุดนี้ ประกอบด้วย พล.ต.ต.สุพิศาล ภักดีนฤนาถ ธีรเศรษฐ พัฒน์วราพงษ์ ณัฐวุฒิ บัวประทุม เบญจา แสงจันทร์ พิจารณ์ เชาว์พัฒนวงศ์ ,ศิริกัญญา ตันสกุล อมรรัตน์ โชคปมิตต์กุล ชวลิต เลาหอุดมพันธ์ เท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร วิโรจน์ ลักขณาอดิศร ณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ สุทธวรรณ สุบรรณ ณ.อยุธยา ธัญญ์วาริน สุขะพิสิษฐ์ รังสิมันต์ โรม ธีรัจชัย พันธุมาศ จิรวัฒน์ อรัณยกานนท์ วาโย อัศวรุ่งเรือง ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ปกรวุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล วรภพ วิริยะโรจน์ และอำนาจ สถาวรฤทธิ์