นางสมหมาย บอกว่า ตนเองและสมาชิกในครอบครัว รวม 8 คน ค่อนข้างกังวลใจ เพราะตั้งแต่ที่น้ำเริ่มไหลเข้ามาในบริเวณบ้านซึ่งเป็นพื้นที่ลุ่มต่ำ ทำให้ไม่สามารถหลับตานอนได้อย่างสบายใจ เพราะหวาดกลัวอันตราย โดยเฉพาะสัตว์มีพิษที่มากับน้ำ และยังต้องคอยลุกขึ้นมาดูระดับน้ำในกลางดึกทุกคืน เนื่องจากกลัวว่า น้ำอาจมาเร็วและท่วมสูงเหมือนปี 2553 หรือเมื่อ 10 ปีที่แล้วครับ และถ้าหากระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้น บ้านของตนเองและคนอื่น ๆ ที่อยู่ในที่ลุ่มต่ำ ประมาณ 10 หลัง ก็จะต้องได้รับผลกระทบมากกว่าคนอื่น ๆ
อำเภอพิมาย ถือว่าเป็นอำเภอท้ายๆ ที่เสี่ยงน้ำท่วมต่อจากอำเภอปักธงชัย เนื่องจากเป็นอำเภอที่อยู่ติดกับแม่น้ำมูล ซึ่งรับน้ำต่อมาจากลำน้ำ 4 สายหลัก คือ ลำพระเพลิง ลำตะคลอง ลำเชียงไกร และลำจักราช ซึ่งทั้งหมดจะไหลลงสู่แม่น้ำมูล ผ่านอำเภอพิมาย ปลายทางแม่น้ำโขงที่อำเภอโขงเจียม จ.อุบลราชธานี ระดับน้ำที่เพิ่มสูงขึ้น ประกอบกับข่าวมวลน้ำที่จะไหลจากอำเภอปักธงชัย มายังอำเภอพิมายในเร็ววันนี้ ทำให้ชาวบ้าน 2 ฝั่งมูลรู้สึกกังวลใจ ว่า ผลกระทบจะขยายวงกว้างเช่นคราวน้ำท่วมใหญ่ เมื่อปี 2553 หรือไม่
ซึ่งประเด็นนี้ ผู้อำนวยการ โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาทุ่งสัมฤทธิ์ สำนักงานชลประทานที่ 8 กรมชลประทาน ระบุว่า สถานการณ์ยน้ำท่วมที่อำเภอพิมายปีนี้ จะไม่หนักเหมือนปี 53 อย่างแน่นอน หากพิจารณาจากปัจจัยต่าง ๆ เช่น ปริมาณฝนที่ตกใน 4 ลุ่มน้ำ รวมทั้งแผนการจัดการรับมือที่เตรียมไว้