ส่วนผู้ถูกจับกุมตัวขณะสลายการชุมนุมอีก 8 ราย แบ่งเป็น 2 กลุ่ม คือ
1. อนุรักษ์, เอฐ์เรียฐ์, คณิติน, อินทราช, อรรถพล, ณัฐนนท์ ถูกกล่าวหาว่า "ชุมนุมหรือมั่วสุมกัน ณ ที่ใดๆ ตั้งแต่ห้าคนขึ้นไปหรือกระทําการอันเป็นการยั่วยุให้ เกิดความไม่สงบเรียบร้อย อันเป็นการฝ่าฝืนข้อกําหนดออกตามความในมาตรา 9 ประกอบมาตรา 11 แห่ง พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ"
จากพฤติการณ์การชุมนุมในวันที่ 16 ต.ค. 63 บริเวณแยกปทุมวัน ที่มีผู้ชุมนุมประมาณ 50-60 คน แต่งกายด้วยเสื้อยืดสีดำ พร้อมตะโกนขับไล่พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา รวมทั้งมีการแสดงสัญลักษณ์ชู 3 นิ้ว และผู้บังคับบัญชาได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตํารวจ กองกํากับการควบคุมฝูงชนทําการกระชับพื้นที่ โดยประกาศเตือนให้กลุ่มผู้ชุมนุมยุติการชุมนุม แต่ปรากฏว่ากลุ่มผู้ชุมนุมไม่ยอมปฏิบัติตาม เจ้าหน้าที่ตํารวจจึงกระชับพื้นที่ด้วยการฉีดน้ำ แต่ปรากฏว่าผู้ถูกจับไม่ปฏิบัติตาม เจ้าหน้าที่ตํารวจชุดจับกุมเห็นว่าผู้ถูกจับทําการฝ่าฝืนข้อกําหนดตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ จึงจับกุมตัวผู้ถูกจับนําส่งพนักงานสอบสวน สน.ปทุมวัน
2. พรพสุธ และชลธิชา ถูกกล่าวหาว่า "ร่วมกันฝ่าฝืนข้อกําหนดซึ่งออกตามความในมาตรา 9 ประกอบมาตรา 11 แห่ง พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ โดยชุมนุมหรือมั่วสุมกัน ณ ที่ใดๆ ตั้งแต่ห้าคนขึ้นไป หรือกระทําการใดอันเป็นการยุยงให้เกิดความไม่สงบเรียบร้อย และนํายานพาหนะซึ่งบรรทุกเครื่องขยายเสียง และเครื่องกําเนิดไฟฟ้า เคลื่อนที่เข้ามาใช้ในพื้นที่ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน โดยไม่ได้รับอนุญาต" โดยเจ้าหน้าที่ได้ยึดรถยนต์ เครื่องกําเนิดไฟฟ้าเคลื่อนที่ แท่นขยายเสียง ลําโพง ไมค์ แอมป์ขยายเสียง ปลั๊กพ่วง และถังสี ไว้เป็นของกลาง พรพสุธ ให้การภาคเสธ รับว่ารถยนต์ของกลางเป็นของตนเอง และเป็นผู้ขับเข้าที่ชุมนุม แต่เครื่องเสียงไม่ใช่ของตน ส่วนชลธิชา ให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา