พ.ต.อ.วัฒนา กล่าวว่า สืบเนื่องจากกลางดึกวันที่ 29 ส.ค.ที่ผ่านมา ได้มีกลุ่มคนนำรถยนต์กระบะและรถตู้บรรทุกรถจักรยานยนต์ที่มีการตกแต่งครื่องยนต์ นำมาจอดบริเวณทางหลวงพิศษระหว่างเมืองหมายเลข 7 ฝั่งขาออก(กรุงเทพๆ มุ่งหน้าไปทางต่างระดับสนามบินสุวรรณภูมิ) ที่บริเวณ กม.7 ซึ่งบริเวณดังกล่าวมีป้ายเครื่องหมายของผู้อำนวยการทางหลวงที่ห้าม หยุด จอด หรือกลับยานพาหนะใดๆ บนทางจราจรหรือไหล่ทางหลวง
เบื้องต้นได้จับกุมผู้กระทำความผิด 10 ราย พร้อมของกลางรถยนต์ ,รถจักรยานยนต์ กว่า 10 คัน ทางพนักงานสอบสวน ส.ทล.1กก.8บก.ทล. ได้แจ้งข้อหาเป็นผู้สนับสนุนส่งเสริมให้มีการแข่งรถในทางสาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาต, ฝ่าฝืนประกาศหรือเครื่องหมายที่ผู้อำนวยการทางหลวงที่ห้ามหยุด จอด หรือกลับยานพาหนะใดๆ บนทางจราจร หรือไหล่ทาง, ฝ่าฝืนข้อกำหนดแห่งพรก.ฉุกเฉิน 2548 และพรบ.ทางบก นำตัวส่งฟ้องต่อศาลมีนบุรี
ต่อมาศาลมีนบุรีได้มีคำพิพากษาผู้ต้องหาทั้ง 10 ราย จำคุก 1 เดือน 15 วัน ปรับ 2500 บาท และเปลี่ยนโทษจำคุกเป็นกักขัง 1 เดือน 15 วัน ทั้งนี้ขอความร่วมมือมายังพี่น้องประชาชนหากพบเห็น หรือมีเบาะแสเกี่ยวกับการรวมกลุ่มที่นำไปสู่การแข่งรถในทาง สามารถแจ้งได้ทางสายด่วน 1599 หรือส่งคลิปวิดีโอแจ้งข้อมูลเบาะแสที่เกี่ยวข้องให้ตำรวจทราบ ในช่องทางเพจเฟซบุ๊ก ศูนย์โซเซียลมีเดีย ศปกตร. ได้ตลอด ๒๔ ชั่วโมง เพื่อเป็นการป้องกันและปราบปรามให้การกระทำความผิดแข่งรถ
ซึ่งทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติได้กำหนดมาตรการป้องกันและปราบปรามการแข่งรถในทาง 4 มาตรการ คือ มาตรการป้องกันเชิงรุก(ก่อนเกิดเหตุ) ,มาตรการปราบปราม(ขณะเกิดเหตุ) 3มาตรการสอบสวนขยายผล และมาตรการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมผู้กระทำผิด เพื่อให้การแข่งรถในทางหมดไป