อีกทั้ง กล่าวอย่างมีอารมณ์ถึง นายสุชาติ สวัสดิศรี ศิลปินแห่งชาติ โพสต์ข้อความว่า "ไม่อยากเชื่อว่า "ประธาน นปช." ไม่เข้าใจคำว่า "ระบอบประชาธิปไตยที่มีกษัตริย์อยู่ใต้รัฐธรรมนูญ"
โดยนายจตุพร ตอบโต้ว่า ตนไม่ได้โง่ จึงจะไม่รู้ว่า อยู่ใต้ รธน.หมายถึงอะไร แต่ถามหน่อย นายสุชาติ เมื่อ 14 ต.ค.2516 คุณทำอะไร อยู่ตรงไหน หากคุณต้องการรบกับตนวันไหนก็ได้ อย่างไรก็ตาม ตนก็เคารพนายสุชาติ แต่ถ้าด่ามา ตนก็ด่ากลับ
"สถานการณ์ในวันนี้อะไรจะเกิดขึ้นบ้าง โดยเฉพาะพวกที่ช่างยุยงทั้งมาจากต่างประเทศ และในประเทศ ยุอยากให้เด็กขึ้นเวที แต่เมื่อมีการเกิดเรื่อง พวกยุยง กลับวิ่งหนีกันหมด พวกชุมนุมที่เอาแต่ยุยงมักเป็นเช่นนี้เสมอ และคิดถึงการปล่อยตัวนายอานนท์ นำภา กับนายไมค์ (นายภาณุพงศ์ จาดนอก) หรือไม่ว่า นอนในคุกอยู่ดีๆ แล้วตื่นมาถูกปล่อยตัว ไม่คิดหรือว่า ใครจะกล้ามาสั่งปล่อย เมื่อฟังความกันแค่สองบรรทัดกลับมากล้าวิจารณ์ผม"
นายจตุพร กล่าวว่า ประเด็นหลักการชุมนุมตามนัด 14 ต.ค.นั้น อยู่ที่ 13 ต.ค. เป็นวันสวรรคต ร. 9 ประชาชนนัดชุมนุมสวมเสื้อเหลืองไว้อาลัย แล้ววันที่ 14 ต.ค.จะชุมนุมใหญ่ เมื่อเป็นเช่นนี้ รถตู้ที่จะนั่งมาชุมนุมกล้ามาสักคันหรือไม่ ดังนั้น การคิดอ่านสถานการณ์การเมืองต้องขึ้นอยู่กับความจริงก่อน อย่าเอาแต่ยุยงเด็กๆให้ชุมนุม
อีกอย่าง ประเด็นที่ควรวิเคราะห์กันอย่างหนักนั้นคือ ถ้าต้องการจัดการ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี สถานการณ์ในวันนี้มีโอกาสให้ทำสำเร็จ และจบม้วนเดียวตามต้องการ แล้วสามารถเปลี่ยนรัฐบาลได้ สิ่งสำคัญเนื้อหาการชุมนุม 14 ต.ค.ควรเน้นที่ 2 ข้อเรียกร้องเท่านั้น แต่ที่ผ่านมาเนื้อหาการพูดบนเวทีไล่พล.อ.ประยุทธ์ พูดถึงรัฐบาลเพียง 10% แสดงถึงเป้าหมายไม่ได้อยู่ที่รัฐบาลและต้องการไล่ พล.อ.ประยุทธ์