สำหรับสิ่งที่ทางภาคเอกชนต้องการให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังคนใหม่เร่งดำเนินการ คือ การเสริมสภาพคล่องของผู้ประกอบการเอสเอ็มอี และมาตรการการคลังที่ช่วยกระตุ้นการบริโภคในภาพรวมได้
ส่วนมาตรการคนละครึ่งมองว่าน่าจะกระตุ้นเศรษฐกิจได้ เพราะมีผู้ได้รับประโยชน์จากมาตรการนี้กว่า 10 ล้านคน หากออกมาจับจ่ายทั้งหมดก็จะเพิ่มสภาพคล่องให้เศรษฐกิจได้ อย่างน้อยหลายหมื่นล้านที่จะหมุนเวียนอยู่ในระบบเศรษฐกิจ
นอกจากนี้ ส.อ.ท.ออกมาตรการเร่งอัดฉีดสภาพคล่องให้ SMEs โดยผนึกธุรกิจเอกชนรายใหญ่กว่า 100 บริษัท ทั้งซีพี-สหพัฒน์-ไทยเบฟ -เอสซีจี-ปตท. นำร่อง F.T.I. Faster Payment ลดเครดิตเทอมเหลือ 30 วัน นับจากวันที่ได้ตรวจรับสินค้าหรือบริการครบถ้วนและได้รับเอกสารเรียบร้อยแล้ว เป็นระยะเวลา 3 เดือน นับตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม ถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2563 เพื่อแก้ไขและบรรเทาปัญหาสภาพคล่องให้แก่ภาคธุรกิจโดยเฉพาะ SMEs ทั้งนี้ จากการสำรวจระยะเวลาของเครดิตเทอม พบว่า ปี 2559 เครดิตเทอมอยู่ระหว่าง 30-35 วัน โดยให้มีผลบังคับใช้ตามกฎหมาย แต่ผลสำรวจในปี 2563 ที่สำรวจก่อนสถานการณ์โควิด- 19 แพร่ระบาด พบว่าเครดิตเทอมขยายเวลาออกมากว่า 60-120 วัน ซึ่งส่งผลให้ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีมีปัญหาด้านสภาพคล่อง