เนชั่นทีวี

ข่าว

ทนายษิทรา ติงการพาครูจุ๋มเข้าแจ้งความ เหมือนราดน้ำมันลงกองไฟ

05 ต.ค. 2563 | Sarut

ทนายษิทรา ติงการพาครูจุ๋มเข้าแจ้งความ เหมือนราดน้ำมันลงกองไฟ

จากกรณีนายเดชา กิตติวิทยานันท์ หรือ "ทนายเดชา"ประธานเครือข่ายทนายคลายทุกข์ พร้อมกับน.ส.อรอุมา หรือ "ครูจุ๋ม" อดีตพี่เลี้ยงชั้นอนุบาล โรงเรียนสารสาสน์ ราชพฤกษ์ ได้เข้าแจ้งความดำเนินคดีกับผู้ปกครองที่ทำร้ายร่างกายนั้น ล่าสุดทนายษิทรา ฯ ออกมาโพสต์ไม่เห็นด้วยระบุว่าการพาลูกความไปแจ้งความ เหมือนราดน้ำมันลงกองไฟ ทำให้สถานการณ์เลวร้ายขึ้น

จากกรณีนายเดชา กิตติวิทยานันท์ หรือ "ทนายเดชา"ประธานเครือข่ายทนายคลายทุกข์ พร้อมกับน.ส.อรอุมา หรือ "ครูจุ๋ม" อดีตพี่เลี้ยงชั้นอนุบาล โรงเรียนสารสาสน์ ราชพฤกษ์ ได้เข้าแจ้งความดำเนินคดีกับผู้ปกครองที่ทำร้ายร่างกายนั้น ล่าสุดนายษิทรา เบี้ยบังเกิด เลขาธิการมูลนิธิทีมงานทนายประชาชนฯ ออกมาโพสต์ไม่เห็นด้วยระบุว่าการพาลูกความไปแจ้งความ เหมือนราดน้ำมันลงกองไฟ ทำให้สถานการณ์เลวร้ายขึ้น

ทนายษิทรา ติงการพาครูจุ๋มเข้าแจ้งความ เหมือนราดน้ำมันลงกองไฟ



นายษิทรา เบี้ยบังเกิด เลขาธิการมูลนิธิทีมงานทนายประชาชนฯ ได้โพสต์ข้อความลงทางเฟซบุ๊ก ว่า ทุกวันนี้ผมได้รับข้อเสนอที่น่าสนใจเยอะมากนะครับ แต่หลายครั้งผมตัดสินใจปฏิเสธทั้งที่ถ้าเลือกงานนี้ผลตอบแทนก็เป็นเงินมากโข แต่ด้วยถ้าทำแล้วไม่สบายใจ ขอไม่ทำดีกว่า แน่นอนครับ ทนายเลือกงานได้ ทั้งเป็นทนายโจทก์และทนายจำเลยคดีแบบเด็กอนุบาลถูกทารุณกรรม ผมขอผ่าน ได้กี่บาท ก็ขอไม่รับ แต่ขอเสนอแนะในฐานะที่เป็นทนายให้ลูกเพจอ่านดูแล้วกันนะครับว่าถ้าผมเป็นทนายคดีครูจุ๋ม ผมจะทำแบบนี้

ทนายษิทรา ติงการพาครูจุ๋มเข้าแจ้งความ เหมือนราดน้ำมันลงกองไฟ


1. ออกแถลงขอโทษผู้ปกครองและสังคม โดยปราศจากข้อแก้ตัว รวมถึงเลิกโทษคนอื่น เก็บความเฟียส ความกร้าวใส่ลิ้นชักชั้นลึกที่สุด ผลร้ายมีมากกว่าผลเสียถ้าใช้อารมณ์2. หาทางเยียวยาตามกฎหมาย ไม่ปกป้องคนกระทำผิด ปฏิรูปโรงเรียน เสนอมาตรการที่จะมีในอนาคต เพื่อยืนยันว่าเด็กนักเรียนจะมีสวัสดิภาพที่ดี ไม่ถูกทำร้ายแบบที่ผ่านมา

ทนายษิทรา ติงการพาครูจุ๋มเข้าแจ้งความ เหมือนราดน้ำมันลงกองไฟ

3. ไม่แจ้งความผู้ปกครอง ควรเข้าใจว่าเป็นลูกใคร ใครก็โกรธ แน่นอนว่า การทำร้ายร่างกายกันในที่สาธารณะ มันผิดกฎหมาย แต่อย่าลืม ว่าฝั่งโรงเรียนเป็นฝ่ายผิด แต่หาทางเจรจา ให้ครูนำดอกไม้ ของขวัญไปขอขมาผู้ปกครองรายคนโดยนอบน้อมที่สุด เขาจะรับหรือปฏิเสธไม่ใช่สาระที่สำคัญ แต่ผิดแล้วต้องรับผิดและแก้ไขไม่ใช่แก้ตัว4. ให้ลูกความสารภาพตลอดข้อกล่าวหา เพื่อลดโทษ และเป็นการสำนึกผิด หลักฐานมันชัดเจนขนาดนี้ ไม่มีประโยชน์ที่จะแถ เสียทั้งภาพลักษณ์โรงเรียน และไม่แฟร์กับเด็กและผู้ปกครอง

ทนายษิทรา ติงการพาครูจุ๋มเข้าแจ้งความ เหมือนราดน้ำมันลงกองไฟ


สำหรับผม การพาลูกความไปแจ้งความ เหมือนราดน้ำมันลงกองไฟ ทำให้สถานการณ์เลวร้ายขึ้น เสียชื่อโรงเรียนไม่พอ จากฝ่ายโจทก์อาจจะเห็นความสำนึกผิด จะยิ่งโกรธแค้น และทำให้คดีอื่นๆอีกเป็นพรวนเสียไปหมด ทนายมืออาชีพที่ว่าความที่ศาลจริง ไม่ใช่ศาลโซเชียล เขาไม่ทำกันหรอกครับ

ทนายษิทรา ติงการพาครูจุ๋มเข้าแจ้งความ เหมือนราดน้ำมันลงกองไฟ

ก่อนหน้านี้นายเดชา กิตติวิทยานันท์ หรือ "ทนายเดชา"ประธานเครือข่ายทนายคลายทุกข์ ได้เดินทางมาพร้อมกับน.ส.อรอุมา หรือ "ครูจุ๋ม" อดีตพี่เลี้ยงชั้นอนุบาล โรงเรียนสารสาสน์ ราชพฤกษ์เพื่อเข้าแจ้งความดำเนินคดีกับ นายชาญวิทย์ (สงวนนามสกุล) และภรรยา ที่เป็นผู้ปกครองของ ด.ช.เอ (นามสมมมุติ) ที่ สภ.ชัยพฤกษ์ จากกรณีที่ทั้งสองทำร้ายร่างกาย "ครูจุ๋ม" เมื่อวันที่ 25 ก.ย. ที่ผ่านมา ขณะเข้าประชุมผู้ปกครองโรงเรียนสารสาสน์วิเทศราชพฤกษ์ เนื่องจากเห็นภาพในกล้องวงจรปิดที่ลูกชายตัวเองโดนทำร้าย แล้วระงับโทสะไว้ไม่อยู่

ทั้งนี้"ครูจุ๋ม"เปิดเผยว่า ตนขอโทษผู้ปกครองและนักเรียนทุกคน ขอโทษผู้บริหารโรงเรียนสารสาสน์ทุกคน ตนขอยอมรับผิดในการกระทำทุกอย่าง ที่หายไปไม่ติดต่อกับใครเพราะรู้สึกเครียดเป็นอย่างมาก เรื่องคดีความให้เป็นไปตามกฎหมาย

ด้านทนายเดชา กล่าวว่า ตนมาในนามของทนายฝ่ายโรงเรียนอย่างเป็นทางการ โดยจะรับผิดชอบคดีที่เกิดขึ้นในโรงเรีนนทั้งหมด ซึ่งวันนี้ได้พาครูจุ๋มที่ถูกทำร้ายร่างกายมาแจ้งความดำเนินคดีตามกฎหมาย ใครผิดก็ว่าไปตามพยานหลักฐาน ทุกอย่างว่ากันไปตามความจริง ถ้าครูหรือพี่เลี้ยงคนไหนรับสารภาพก็ให้ดำเนินคดีไป ส่วนคนไหนที่ไม่ผิด ก็แก้ต่างกันในชั้นศาลตามข้อเท็จจริง

ข่าวล่าสุด