นอกจากนี้ คุณ พฤฒิพล ประชุมผล ยังได้ เปิดเผยขั้นตอนการอนุรักษ์ "ธงช้างเผือก" ธงชาติสยามผืนเดียวในประวัติศาสตร์ ที่ถูกฝรั่งเศสยึดไปในฐานะผู้พ่ายแพ้ในสงคราม "Franco-Siamese War 1893" หรือในภาษาไทยเรียกว่า วิกฤตการณ์ ร.ศ. ๑๑๒ โดยปัจจุบัน ธงช้างเผือกผืนดังกล่าวได้ถูกแขวนไว้ที่ glise Saint-Louis-des-Invalides กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส ซึ่งพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๕ ก็ได้เคยทอดพระเนตรธงช้างเผือกผืนนี้ เมื่อคราวเสด็จประพาสยุโรปครั้งที่ ๑ เมื่อปี พ.ศ. ๒๔๔๐ จากหลักฐาน
ธงช้างเผือกผืนดังกล่าวนี้ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวได้ทอดพระเนตรโดยบังเอิญ ณ กรุงปารีส เมื่อวันที่ ๑๒ กันยายน ๒๔๔๐ เป็นวันที่เสด็จพระองค์ท่านเสด็จไปยังแองวาลิด (Les Invalides) ซึ่งมีหลักฐานการกล่าวถึงการเสด็จไปเยือนแองวาลิดและการทอดพระเนตรธงช้างเผือกผืนดังกล่าวอยู่ในจดหมายเหตุรวม ๓ ฉบับ โดยมีการบันทึกที่แตกต่างกันแต่มีฉบับภาษาฝรั่งเศสเท่านั้นที่ระบุถึงเรื่องธงช้างเผือกผืนนี้อย่างชัดเจนที่สุด ซึ่งในบันทึกแรกนั้นพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว มีพระราชหัตถเลขาถึงสมเด็จพระบรมราชินีนาถว่า... "ไปโฮเตลอินวาลิด เปนที่ทหารแก่ๆ อยู่ มีที่ฝังศพเอมเปอเรอนโปเลียนโบนาปาตอยู่ด้วย พวกตาแก่ทหารแกงุ่มง่ามเหลือทน จะเดินดูอะไรต้องย่องกึกๆ ฝีตีนเท่ากับแก มีเครื่องอาวุธโบราณมาก" ในบันทึกที่ ๒ มีการให้รายละเอียดมากขึ้น รวมถึงพระราชดำรัสที่ถามถึงธงเหล่านั้นด้วยความสนพระทัยก็มีอยู่ด้วยอย่างครบถ้วน พระราชดำรัสตอนนี้สำคัญมาก เพราะมีส่วนทำให้การตรวจสอบเรื่องนี้เกิดขึ้น โดยนักข่าวจากหนังสือพิมพ์ Le Journal illustre คนหนึ่งติดตามขบวนเสด็จไปตามที่ต่างๆ รายงานไว้ว่า ... "พระเจ้ากรุงสยามเสด็จมาถึงแองวาลิดตอน ๑๐ โมงเช้า ทรงได้รับการต้อนรับจากนายพลอาร์โน โดยนายพลอาร์โนนำพระองค์ต่อไปยังโบสถ์เซ็นต์หลุยส์ ที่นั่นทอดพระเนตรธงชาติต่างๆ ที่แขวนอยู่ เหนือผนังขึ้นไป ล้วนเป็นธงชาติที่ฝรั่งเศสยึดมาได้จากพวกศัตรู ทันใดนั้นมีพระราชดำรัสถามว่า "ไปได้ธงจีนกับธงช้างมาจากไหน?" จากนั้นจึงเสด็จออกไปที่ลานหน้าโบสถ์ ณ บริเวณนั้นมีกองดุริยางค์และกองทหารผู้ชราภาพราว ๑๕๐ นาย ถวายความเคารพและบรรเลงเพลงสรรเสริญพระบารมี"
จากบันทึกที่ ๒ นี้ มีคำยืนยันว่า ... รัชกาลที่ ๕ ได้เสด็จไปทอดพระเนตรธงชาติเผือกที่ประดับแขวนไว้ภายในโบสถ์เซ็นต์หลุยส์ ซึ่งอยู่ในบริเวณแองวาลิดจริง ในเวลานั้นธงช้างเผือกก็แขวนอยู่ใกล้กับธงจีนและอยู่ต่อมาในตำแหน่งเดิมจนบัดนี้ ทรงให้ความสนพระทัยกับธงเหล่านั้นขนาดที่ตรัสถามว่า "ไปได้มาจากไหน?" คำตอบที่ได้รับไม่ได้บอกไว้ในหนังสือพิมพ์ฉบับนี้ แต่ยังมีข้อมูลในหนังสือพงศาวดารฝรั่งเศสอีกเล่มหนึ่ง เผยความจริงเกี่ยวกับที่มาของธงชาติ ณ ที่แห่งนั้นไว้โดยสังเขปว่า "ตั้งแต่สมัยพระเจ้าหลุยส์ที่ ๑๔ เป็นต้นมา กองทัพฝรั่งเศสสามารถนำธงชาติของฝ่ายศัตรูที่พ่ายแพ้ในการสู้รบกับเรากลับมาได้ไม่ต่ำกว่า ๓,๐๐๐ ผืน ธงทั้งหมดถูกนำมาเก็บรักษาไว้ครั้งแรกที่โบสถ์โนเทรอดาม ปารีส จนกระทั่งในปี พ.ศ. ๒๓๓๖ ธงทั้งหมดก็ถูกย้ายมาเก็บไว้ที่แองวาลิดแทน แองวาลิดได้รับการสถาปนาขึ้นเป็นอนุสาวรีย์แห่งชัยชนะของฝรั่งเศส จึงเหมาะสมที่จะเป็นบ้านหลังใหม่ของอนุสรณ์แห่งชัยชนะเหล่านั้น ธงที่ระลึกจากสงครามถูกนำเข้ามาเพิ่มเติมอีกในยุคนโปเลียนที่ ๑ ต่อมาในปี พ.ศ. ๒๓๖๗
ภายหลังนโปเลียนแพ้ในสงครามวอเตอร์ลูกับอังกฤษและทัพศัตรู (อังกฤษ) เคลื่อนพลเข้ามาประชิดกรุงปารีส เวลานั้นยังพอมีธงเหลือยู่ถึง ๑,๔๑๗ ผืน ธงทั้งหมดก็ยังแขวนอยู่ภายในโบสถ์เซ็นต์หลุยส์ นายพลเซรูริเยร์ ผู้อำนวยการแองวาลิด เกรงว่าธงแห่งชัยชนะทั้งหลายจะตกไปอยู่ในมือของฝ่ายตรงข้าม จึงมีคำสั่งให้ปลดลงมาเผาทิ้งเสียก่อนที่ลานหน้าโบสถ์ ธงที่เหลืออยู่เป็นอนุสรณ์ในเวลานี้ล้วนเป็นธงชาติที่ได้มาจากการสู้รบในสมัยหลัง กล่าวคือ ภายหลังยุคนโปเลียนที่ ๑ แล้ว ซึ่งก็ยังมีธงมากถึง ๑๐๔ ผืน" ถึงตอนนี้จึงพอสันนิษฐานเพิ่มเติมได้อีกว่า ธงชาติต่างๆ ที่มีพระราชดำรัสถึง และยังแขวนติดอยู่ในตัวโบสถ์ เช่นธงจีนก็ได้มาจากการสู้รบของกองทัพฝรั่งเศสเมื่อเข้ายึดกรุงปักกิ่งได้สำเร็จ ในปี พ.ศ. ๒๔๐๓ ส่วนธงช้างนั้นถูกนำมาจากสยาม ภายหลังการสู้รบในวิกฤตการณ์ ร.ศ. ๑๑๒ (พ.ศ. ๒๔๓๖)
จากบริเวณฝั่งซ้ายแม่น้ำโขง เมื่อทหารสยามจำต้องล่าถอยออกมา และยังมีบันทึกที่ ๓ พระยาศรีสหเทพ บันทึกไว้อย่างเป็นทางการ ท่านเขียนไว้ว่า "วันที่ ๑๒ กันยายน ร.ศ. ๑๑๖ เวลาเช้า ๔ โมงพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงเครื่องครึ่งยศประดับเครื่องราชอิสริยาภรณ์มหาจักรีบรมราชวงษ์ เสด็จฯ จากบ้านที่ประทับมายังอังวะลีดส์ ซึ่งเป็นโรงพยาบาลทหารพิการทุพลภาพ แลที่ฝังศพนะโปเลียนที่ ๑ ทรงยืนกุมพระหัตถ์แสดงความเคารพตามสมควรแล้ว เสด็จพระราชดำเนินวัดสังข์ ซึ่งเป็นวัดต่อหลังที่ฝังศพออกไป ผนังวัดประดับด้วยธงต่างๆ ซึ่งกองทัพฝรั่งเศสมีไชยชะนะแย่งมาได้ในที่รบต่างๆ น่าดู ทรงพระดำเนินต่อไปทางหน้าโบสถ์ "
ขอบคุณข้อมูลจากคุณ พฤฒิพล ประชุมผล
ดูคลิปเปิดเผยขั้นตอนการอนุรักษ์ "ธงช้างเผือก"
อ่านข่าวเกี่ยวข้อง