ล่าสุด รองนายกฯ ได้ลงพื้นที่สมุทรสงคราม เมื่อต้นเดือนกันยายนที่ผ่านมาเพื่อเร่งรัดในการพัฒนาพื้นที่ให้เป็นแหล่งกักเก็บน้ำและแหล่งน้ำผลิตน้ำประปาเพื่อการอุปโภค - บริโภคในพื้นที่ 2,623 ไร่ ให้เพียงพอต่อความต้องการของประชาชน
ดร.สมเกียรติ ประจำวงษ์ เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) เปิดเผยว่า ในช่วงเดือน พ.ค. - 21 ก.ย.ที่ผ่านมา ที่ประเทศไทยได้รับอิทธิพลจากพายุ ทำให้มีฝนตกหนักและมีปริมาณน้ำไหลเข้าในอ่างเก็บน้ำเพิ่มขึ้น จากพายุซินลากู พายุฮีโกส อิทธิพลจากร่องมรสุม และล่าสุดพายุโนอึล รวมแล้วเกือบ 5,000 ล้าน ลบ.ม. แต่ถือว่ายังไม่เพียงพอ โดยเฉพาะอ่างขนาดใหญ่ 35 แห่งทั่วประเทศมีปริมาณน้ำน้อยกว่าปี58 ที่มีน้ำในอ่างฯน้อยที่สุด และยังน้อยกว่าปีที่ผ่านมาด้วยเช่นกัน ซึ่งรองนายกรัฐมนตรีได้มีความห่วงใยต่อสถานการณ์ดังกล่าวจึงได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องประเมินปริมาณน้ำต้นทุนก่อนสิ้นฤดูฝนพร้อมเร่งทำแผนจัดสรรน้ำฤดูแล้ง ปี 63/64 ทั้งประเทศ ให้แล้วเสร็จภายในกลางเดือน ต.ค.นี้