ตรวจสุขภาพปลากระชังในแม่น้ำโขง
30 ก.ย. 2563 | jitima_chum

กองวิจัยและพัฒนาสุขภาพสัตว์น้ำ กรมประมง บูรณาการกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในจังหวัดหนองคาย ตรวจสุขภาพปลากระชังที่เลี้ยงในแม่น้ำโขง ตามโครงการตรวจติดตามเชื้อดื้อยาในระบบการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ
ข่าว
30 ก.ย. 2563 | jitima_chum

กองวิจัยและพัฒนาสุขภาพสัตว์น้ำ กรมประมง บูรณาการกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในจังหวัดหนองคาย ตรวจสุขภาพปลากระชังที่เลี้ยงในแม่น้ำโขง ตามโครงการตรวจติดตามเชื้อดื้อยาในระบบการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ
กองวิจัยและพัฒนาสุขภาพสัตว์น้ำ กรมประมง นำโดยดร.ฐิติพร หลาวประเสริฐ นักวิชาการประมงชำนาญการพิเศษ / หัวหน้ากลุ่มวิจัยและพัฒนาสุขภาพสัตว์น้ำ / หัวหน้ากลุ่มวิจัยและพัฒนายาและเคมีภัณฑ์สัตว์น้ำ ได้บูรณาการกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในจังหวัดหนองคาย ลงพื้นที่พบเกษตรกรผู้เลี้ยงปลาและตรวจสุขภาพปลากระชังที่เลี้ยงในแม่น้ำโขงในพื้นที่หลายตำบล ในเขตอำเภอเมือง จังหวัดหนองคาย ตามโครงการตรวจติดตามเชื้อดื้อยาในระบบการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ ภายใต้ยุทธศาสตร์การจัดการการดื้อยาต้านจุลชีพของประเทศไทย พ.ศ.2560-2564 ซึ่งพบว่าช่วงนี้จังหวัดหนองคายสภาพแวดล้อมดี อากาศไม่แปรปรวนส่งผลให้คุณภาพของปลากระชังที่เลี้ยงในแม่น้ำโขงมีคุณภาพดีด้วย
ดร.ฐิติพร หลาวประเสริฐ นักวิชาการประมงชำนาญการพิเศษ / หัวหน้ากลุ่มวิจัยและพัฒนาสุขภาพสัตว์น้ำ / หัวหน้ากลุ่มวิจัยและพัฒนายาและเคมีภัณฑ์สัตว์น้ำ เปิดเผยว่า กองวิจัยและพัฒนาสุขภาพสัตว์น้ำ ที่มีหน้าที่ดูแลและรับผิดชอบสุขภาพสัตว์น้ำของเกษตรกรทั่วประเทศ ช่วงนี้มีโครงการตรวจติดตามเชื้อดื้อยาในระบบการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ ภายใต้ยุทธ ศาสตร์การจัดการการดื้อยาต้านจุลชีพของประเทศไทย พ.ศ.2560-2564 เป็นการร่วมมือกับกระทรวงสาธารณสุข โดยได้ลงพื้นที่เพื่อเสริมสร้างความเข้าใจ สร้างการตระหนักรู้ให้กับเกษตรกรในเรื่องของการใช้ยาที่ถูกต้อง เพื่อเป็นการลดปัญหาเชื้อดื้อยา
ในการลงพื้นที่ก็จะมีการบูรณาการกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ ให้ร่วมปฏิบัติงานร่วมกัน ซึ่งการเลี้ยงสัตว์น้ำมีหลายอย่างที่สำคัญประกอบกัน ทั้งวิธีการเลี้ยง สภาพแวดล้อมที่ใช้เลี้ยง หากสภาพแวดล้อมในช่วงระยะเวลาใดเวลาหนึ่งอาจจะประสบปัญหาเรื่องโรคบ้าง ทำให้การเลี้ยงปลาในกระชังมีการพบปัญหาเกือบทุกปี เนื่องจากสภาพแวดล้อมของน้ำที่ใช้เลี้ยงเกษตรกรไม่สามารถควบคุมได้ เป็นเรื่องของธรรมชาติ แต่เวลาที่สัตว์น้ำที่เลี้ยงป่วย เกษตรกรก็จะคิดถึงการใช้ยาเป็นอันดับแรก ซึ่งบางครั้งยาจะไม่ใช่คำตอบที่จะไปแก้ปัญหาของสัตว์น้ำที่ป่วย จึงต้องมีการทำความเข้าใจในเรื่องเหล่านี้กับเกษตรกร รวมทั้งการจัดการการเลี้ยงสัตว์น้ำที่เหมาะสม ถ้ามีความจำเป็นต้องใช้ยาก็ต้องมีการใช้ให้ถูกต้อง เน้นให้ใช้ยาที่มีทะเบียนรับรองจากหน่วยงานของรัฐ รวมไปถึงอาหารที่ใช้ในการเลี้ยงสัตว์น้ำด้วย เพราะยาและอาหารที่มีการขึ้นทะเบียนจะได้รับการตรวจสอบแล้ว
ดร.ฐิติพร กล่าวว่า ในการลงพื้นที่จริงก็ได้สัมผัสและพูดคุยกับเกษตรกรได้รู้ปัญหาที่เกิดขึ้นจริงในพื้นที่ เกษตรกรกล้าพูดคุยและแลกเปลี่ยนความคิดเห็น แลกเปลี่ยนความรู้กับเจ้าหน้าที่ที่ลงพื้นที่ ทำให้เจ้าหน้าที่ ที่ลงพื้นที่ได้รับทราบสภาพปัญหา แล้วเก็บเป็นประเด็นเพื่อนำไปแก้ไขปัญหาและป้องกันไม่ไห้เกิดปัญหาอีกต่อไป ถือเป็นการทำงานในเชิงลึก แต่ก็มีข้อจำกัดในเรื่องของจำนวนเจ้าหน้าที่ ที่ไม่สามารถทำพร้อม ๆ กันได้ในหลายพื้นที่ ซึ่งจะใช้วิธีการเลือกพื้นที่ ๆ มีการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำเป็นจำนวนมาก เช่นที่จังหวัดหนองคาย เป็นต้น เป็นการเข้ามาสนับสนุนในเรื่องของวิชาการด้วย
สำหรับปัญหาที่พบจากการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำนั้น เนื่องจากส่วนใหญ่เป็นการเลี้ยงในกระชัง ปัญหาที่พบก็จะเป็นการตายของสัตว์น้ำที่เลี้ยง ที่ไม่ได้เกิดจากสัตว์น้ำที่เลี้ยงหรือปลาติดเชื้อ แต่เกิดจากลูกปลาปรับตัวเข้ากับสภาพแวดล้อมไม่ทัน ทำให้มีการตายไปบางส่วน ๆ ปลาที่เหลือจะเป็นปลาที่มีความแข็งแรง เป็นการถูกคัดเลือกตามธรรมชาติ ส่วนที่เลี้ยงจนปลามีขนาดโตแล้วมีอาการป่วย ก็อาจจะเกิดจากปลาป่วยเป็นโรค ซึ่งสภาพน้ำจะเป็นสิ่งที่บ่งบอกอะไรได้หลายอย่าง ถ้าสภาพแวดล้อมดีหรือน้ำที่ใช้เลี้ยงดี ปลาที่เลี้ยงก็จะเจริญเติบโตดีไปด้วย ปัญหาเรื่องโรคเป็นปัญหาที่หลีกเลี่ยงได้ยากหากสภาพแวดล้อมไม่ดี แต่หากสภาพแวด ล้อมดีและไม่แปรปรวนอย่างเช่นที่จังหวัดหนองคายในขณะนี้ ก็จะส่งผลให้คุณภาพของปลากระชังที่เลี้ยงมีคุณภาพดีมาก ส่งผลให้เป็นที่ต้องการของผู้บริโภค