เหตุการ์ณคือภรรยาของผม (กิ๊ฟ)มีอาการปวดท้องน้อยได้ไปตรวจที่โรงพยาบาลเอกชนชื่อดังแห่งหนึ่งในจังหวัดเชียงใหม่ในช่วงเช้าวันที่ 8กันยายนพ.ศ. 2563อาการคือปวดท้องน้อยมา3-4วันคลื่นไส้อาเจียน1สัปดาห์กิ๊ฟและผมตัดสินใจเลือกคลินิกอายุรกรรมทางเดินอาหารเพราะในเบื้องต้นไม่แน่ใจว่าอาการปวดท้องเกิดจากอะไร
คุณหมอแจ้งกับ กิ๊ฟ ว่าสงสัยนิ่วทางเดินปัสสาวะ และให้กิ๊ฟ แอดมิทเพื่อทำ การตรวจเอ็กซเรย์คอมพิวเตอร์ช่องท้องส่วนล่างที่มีการฉีดสารทึบรังสี หรือ CT lower abdomen with contrast media ที่ห้องเอ็กซเรย์ กิ๊ฟ เกิดอาการแพ้สารทึบรังสี ขั้นรุนแรงที่สุด หรือ Anaphylactic shock จากเหตุการณ์ครั้งนี้ เกิดขึ้นรวดเร็วมาก ภายในไม่กี่ชั่วโมง แม้จะอยู่ในมือแพทย์ และโรงพยาบาลชั้นนำ แต่อาการกลับทรุดหนักจนทำให้กิ๊ฟได้จากไปโดยไม่มีวันกลับมา
เหตุการณ์สุดท้ายที่จำได้ที่รพ. คุณหมอเดินเข้ามาบอกผมว่า พบถุงการตั้งครรภ์จากผลเอ็กซเรย์คอมพิวเตอร์ แพทย์ได้สวนปัสสาวะร่างที่ไร้วิญญาณไปตรวจปัสสาวะ ยืนยันแล้วพบว่าตั้งครรภ์จริงๆ ผมหัวเราะเบาๆแล้วพูดกับภรรยาว่า อ้าวท้องเหรอ เรากำลังจะมีลูก นี่รอตั้งนานเลยนะ จุดนี้ไม่รู้จริงๆว่าผมควรจะดีใจหรือเสียใจดี
หลังจากนั้นครอบครัวรีบนำร่างกลับบ้านเกิดเพื่อทำพิธีทางศาสนา ตอนนั้นครอบครัวรู้สึกติดใจกับเหตุการ์ณที่เกิดขึ้น จึงขอเอกสารการรักษามาดู แต่ต้องไปขอหลายครั้ง ซึ่งแต่ละครั้งไม่ครบถ้วน ต่อมาพี่น้องเราที่เป็นหมอไม่รอช้าขอเข้าพบ ผอ.โรงพยาบาล เพื่อขอคำอธิบายกับเรื่องนี้ ทางโรงพยาบาลปฏิเสธการอธิบายเหตุการณ์ พูดเพียงแต่ตนไม่ผิด สิ่งที่เกิดขึ้นเป็นไปตามมาตรฐานทุกขั้นตอน ไม่ยอมแม้แต่จะพูดคำว่าขอโทษ ซึ่งได้อ้างถึงศักดิ์ศรีของวิชาชีพของแพทย์ ณ จุดนี้ทางครอบครัวของเราเมื่อมีสติดูเอกสารและข้อมูลการรักษาอย่างละเอียด มีสิ่งที่ผิดปกติหลายจุด ซึ่งคนเป็นหมออย่างพี่น้องเรายังสงสัยเป็นอย่างมากว่า โรงพยาบาลแห่งนี้ทำตามขั้นตอนตามมาตราฐานแล้วจริงหรือ...